รักนะ ยัยพี่เลี้ยง

  • (0 review)
  • จำนวนเงินเดือนที่ล่อตาล่อใจทำให้น้ำมนต์ตัดสินใจลองสมัครงานนั้นดูและใครจะรู้ว่างานพี่เลี้ยงที่เธอสมัครนั้น คุณหนูของบ้านกลับไม่ใช่อย่างที่เธอคิด ยัยนี่มันเด็กโข่งชัด ๆ !

    บทนำ

    บทที่ 1

     

    (ขอแสดงความเสียใจ คุณไม่ผ่านสัมภาษณ์)

     

    ฉันอ่านข้อความนี้ซ้ำไปซ้ำมา นี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วที่ฉันถูกปฏิเสธ ถ้าฉันขืนตกงานอีกเดือนมีหวังกินแกลบจริง ๆ แน่คราวนี้ ฉันตกงานมาเกือบหนึ่งปีเต็ม ๆ แถมตอนนี้เงินเก็บฉันแทบจะไม่เหลือแล้ว

     

    งานสมัยนี้มันช่างหายากเหลือเกิน

     

    ฉันถอนหายใจอีกครั้งก่อนปิดข้อความนั้นทิ้งและเปิดเว็บหางานทันที จนกระทั่งไปสะดุดกับงาน ๆ หนึ่ง

     

    ค่าตอบแทนเดือนละห้าหมื่น ห้าหมื่น! ฉันขยี้ตาและอ่านอีกครั้งและฉันก็พบว่าฉันไม่ได้ตาฝาดไป

     

    พี่เลี้ยงเด็กงั้นเหรอ?

     

    “บอลลี่ แกว่าไอ้งานพี่เลี้ยงเด็กเนี่ยมันมีโอกาสเงินเดือนถึงห้าหมื่นเปล่าวะ” ฉันถามเพื่อนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ

     

    “มันก็มีอยู่นะ แต่น่าจะเป็นพวกแบบบ้านลูกคุณหนู และน่าจะต้องการพวกคุณสมบัติพิเศษเช่นเก่งภาษาอังกฤษ ต้องคุยอิ้งค์กับลูกเขาตลอดเวลาอะไรพวกนี้แหละฉันว่า แล้วในนั้นมีหมายเหตุหรือต้องการอะไรเป็นพิเศษมะ”

     

    คุณสมบัติพิเศษงั้นเหรอ นั่นไงเจอหมายเหตุแล้ว

     

    (หมายเหตุ: ทำงานบ้านเป็น ทำกับข้าวเป็น มีใบขับขี่และมีความอดทนสูง)

     

    ฉันขมวดคิ้วทันทีที่อ่านหมายเหตุนั่น

     

    “มีอะไรน้ำมนต์ ตกลงมันบอกอะไรไหม”

     

    “บอก บอกว่าต้องทำงานบ้าน ทำกับข้าว มีใบขับขี่แล้วก็มีความอดทนวะ มีแค่นี้เลยแล้วก็ไม่บอกอะไรแล้ว”

     

    “นี่ต้องการพี่เลี้ยงหรือแม่บ้านวะ เขาลงผิดปะเนี่ย แต่เงินเดือนเยอะ แกก็ลองสมัครไปอีกสักงานเผื่อฟลุ๊ค”

     

    อย่างที่บอลลี่พูด ลองสมัครดูก็ไม่เสียหายอะไร อีกอย่างเงินมันช่างล่อตาล่อใจเหลือเกิน

     

    หลังจากที่กดสมัครและส่งเรซูเม่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไม่ถึงสิบนาทีก็มีสายเข้า

     

    “สวัสดีค่ะ”

     

    [คุณน้ำมนต์ใช่ไหมคะ]

     

    “ใช่ค่ะ”

     

    [พรุ่งนี้สะดวกมาสัมภาษณ์งานหรือเปล่าคะ]

     

    [อ่อ ว่างค่ะว่าง พี่เลี้ยงเด็กใช่ไหมคะ] ฉันถามย้ำเพื่อความแน่ใจ เพราะฉันสมัครไปหลายงานมาก

     

    [ใช่ค่ะ เดี๋ยวทางเราส่งแผนที่ให้ทางเมลนะคะ]

     

    “ค่ะ ขอบคุณค่ะ”

     

    “แก งานพี่เลี้ยงเด็กเขาโทรมาเรียกสัมภาษณ์พรุ่งนี้! ช่วยฉันภาวนาให้ได้งานด้วยนะเว้ย”

     

    “แกเพิ่งสมัครไปเมื่อกี้ใช่ป่ะ เร็วทันใจเว่อร์ ดีไม่ดีแกอาจจะได้งานนี้ก็ได้นะ”

     

    “เออขอให้เป็นอย่างนั้นเถอะ ฉันขี้เกียจหางานแล้วเนี่ย แป๊บนะเมลเข้า” ฉันเปิดอีเมลที่เพิ่งถูกส่งมา

     

    สัมภาษณ์เวลาหกโมงเช้า

     

    เมื่ออ่านเวลานัดสัมภาษณ์ฉันก็ทำหน้าเหยเกขึ้นทันทีจนคนที่นั่งตรงข้ามต้องถามขึ้น

     

    “ทำไมทำหน้าอย่างนั้น”

     

    “นัดสัมภาษณ์หกโมงเช้าวะแก เช้ามากกกก ไหนจะต้องตื่นมาอาบน้ำแต่งหน้าแต่งตัวอีก ฉันต้องตื่นตีสี่ครึ่งเลยไหมเนี่ย”

     

    “เช้าจริง แต่แกก็ตื่น ๆ ไปเถอะ ใช่ว่าจะได้งานนี้ซะเมื่อไหร่”

     

    “เอ้าอีนี่ ก่อนหน้านี้ยังอวยพรฉันอยู่เลย ทำไมมาแช่งฉันแล้วละ”

     

    “นมเย็นกับชาเขียวได้แล้วค่ะ” ในระหว่างที่ฉันกำลังคุยกับบอลลี่พนักงานก็มาเสิร์ฟน้ำที่สั่งไปก่อนหน้านี้พอดี

     

    “ขอบคุณค่ะ” ฉันรับชาเขียวมาดูด

     

    “แล้วแกมีชุดสำหรับพรุ่งนี้ยัง”

     

    “อย่างฉันเตรียมพร้อมอยู่แล้ว พร้อมตั้งแต่ตอนตกงานใหม่ ๆ เลย เนี่ยใส่จนมันจะกลายเป็นผ้าขี้ริ้วอยู่แล้ว ยังไม่มีใครจ้างสักงาน ฉันกลับบ้านละนะ จะไปเตรียมตัวเตรียมใจสัมภาษณ์ ไปละ” ฉันบอกลาบอลลี่ก่อนขึ้นรถเก๋งสีดำคันเล็กกลับบ้าน เห็นทีจะต้องล้างรถหน่อยแล้ว ขืนพรุ่งนี้ขับเจ้านี่ไปแล้วเขาเห็นฝุ่นเขรอะขนาดนี้มีหวังตกสัมภาษณ์ตั้งแต่แรกเห็นแน่ ๆ

     

    หลังจากที่ฉันตกลงกับตัวเองเรียบร้อยแล้วก็เลี้ยวรถเข้าคาร์แคร์ทันที ล้างแปดสิบบาทก็พอ ทำความสะอาดแค่นอกตัวรถ

     

    เมื่อกลับมาถึงบ้านเรียบร้อยแล้วก็รีบหาชุดที่จะใส่สำหรับพรุ่งนี้ทันที ฉันว่าใส่กางเกงสแล็คดำไปน่าจะเข้าท่ากว่ากระโปรง ถ้าหากเขาให้ลองงานจะได้ทะมัดทะแมงหน่อย เลี้ยงเด็กคงเหนื่อยน่าดู

     

    เช้าวันถัดมาฉันขับรถตามแผนที่ไปยังบ้านของนายจ้าง หน้าบ้านเป็นประตูรั้วไฮโดรลิคเปิด-ปิดโดยการกดรีโมทเพียงคลิ๊กเดียว เมื่อประตูรั้วบานโตค่อย ๆ เปิดออกฉันจึงขับรถเข้าไปข้างในและจอดในโรงจอดรถสำหรับแขกตามที่ลุงยามหน้าประตูบอก

     

    “สวัสดีค่ะ คุณมาสมัครงานใช่ไหมคะ” ผู้หญิงสูงวัยราว ๆ ห้าสิบออกมาต้อนรับ

     

    “ใช่ค่ะ” ฉันตอบและอมยิ้ม

     

    “งั้นเชิญทางนี้เลยค่ะ” เธอผายมือไปหน้าประตูบ้านก่อนจะเดินนำตรงไปยังห้องสัมภาษณ์

     

    ฉันเดินตามเข้าไปและมองไปรอบ ๆ ภายในตัวบ้าน ใหญ่โตอลังการอะไรแบบนี้ ตายกี่ชาติฉันถึงจะมีแบบนี้บ้าง ลูกบ้านนี้คาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิดแท้ ๆ อยากเห็นหน้าจังว่าจะน่ารักมากแค่ไหน

     

    คนบ้านรวยและมีหน้าตาที่ดีมักเป็นของคู่กัน

     

    “คุณนั่งรอหน้าห้องก่อนนะคะ พอดีมีผู้สมัครอีกท่านยังอยู่ข้างใน”

     

    “อ่อค่ะ”

     

    มีคนก่อนหน้าฉันอีกเหรอเนี่ย ต้องมาเช้าแค่ไหนกันนะ แค่หกโมงสำหรับฉันก็เช้ามากพอแล้ว

     

    “ดิฉันขอตัวก่อนนะคะ” ว่าจบแม่บ้านสูงวัยก็เดินหายเข้าห้องครัวไป ฉันเดาว่าคงจะรีบไปทำอาหารสำหรับมื้อเช้า

     

    “เชิญคุณน้ำมนต์เข้ามาเลยครับ”

     

    “ค่ะ” ฉันลุกขึ้นสำรวจเสื้อผ้าก่อนเดินเข้าห้องไป

     

    “สวัสดีค่ะ” ฉันยกมือไหว้ชายที่ออกมาเรียกและเขาเป็นคนสัมภาษณ์ฉัน ดูจากเสื้อผ้าการแต่งตัวแล้วน่าจะเป็นพ่อบ้านของที่นี่ แต่งเหมือนคุณป้าก่อนหน้านี้ไม่มีผิด

     

    ให้พ่อบ้านเป็นคนรับสมัครงั้นเหรอ แสดงว่าต้องเป็นคนที่ไว้วางใจสุด ๆ

     

    “เชิญนั่งครับ”

     

    “ค่ะ” ฉันนั่งลงตามคำบอกของคนตรงหน้า

     

    “ผมจะถามคำถามแรกเลยนะครับ คุณทำงานบ้านงานเรือนเป็นใช่ไหมครับ”

     

    “ห๊ะ.. อ่อเป็นค่ะ” บ้านออกจะใหญ่โต คนทำความสะอาดก็น่าจะมีทำไมถึงถามคำถามนี้นะ

     

    “คุณอาจจะสงสัย แต่คุณหนูของเราไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายในห้องส่วนตัวของเธอมากเท่าไหร่ครับ แล้วอีกอย่างที่คอนโดไม่มีแม่บ้านคอยดูแลเพราะเธอไม่ชอบเช่นกันครับ”

     

    ฉันพยักหน้ารับ

     

    “ข้อสองทำอาหารเป็นใช่ไหมครับ”

     

    “เป็นค่ะ งานถนัดเลย” ฉันเผลอพูดอะไรออกไป ฉันแค่พอทำได้ต่างหากเล่า อยากจะตีปากตัวเองจริง ๆ เอาเถอะต้มมาม่าอร่อยก็ถือว่าทำอาหารเป็นนั่นแหละ

     

    “แล้วใบขับขี่มีไหมครับ”

     

    “มีค่ะ ครบทั้งรถยนต์และมอ’ ไซค์เลยค่ะ”

     

    “งั้นดีเลยครับ พรุ่งนี้คุณมาเริ่มงานเลยแล้วกันครับ คุณหนูของเราเปิดเรียนพรุ่งนี้เป็นวันแรกพอดี แล้วเรื่องการแต่งกายเอาตามที่คุณสะดวกเลยนะครับ”

     

    “พรุ่งนี้เหรอคะ” ทำไมมันเร็วอย่างนี้ งั้นแสดงว่าเขารับฉันเข้าทำงานแล้วใช่ไหม

     

    “เออ มีปัญหาอะไหมครับ”

     

    “มะ ไม่ค่ะ ไม่มีปัญหาอะไรเลย พร้อมเริ่มงานค่ะ ว่าแต่ว่าฉันได้งานนี้จริง ๆ ใช่ไหมคะ” ฉันถามย้ำอีกรอบ แทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง ทำไมมันช่างง่ายแสนง่ายขนาดนี้

     

    “ใช่ครับคุณได้งานนี้แล้ว ขอให้คุณโชคดีครับ อ้อผมลืมบอกไป คุณหนูของเราชื่อชาหวานนะครับ”

     

    ชาหวานงั้นเหรอ ชื่อน่ารักดีแฮะ ขอให้น่ารักสมชื่อก็แล้วกัน ให้อย่าให้เป็นเด็กงอแงเลยเถอะ เพี้ยง!


    สารบัญ 4 ตอน ( ยังไม่จบ )
    ตอนที่ ชื่อตอน
    1

    บทที่ 2 (1/2)

    2
    0
    06/10/2019
    2
    0
    06/10/2019
    2

    บทที่ 2 (2/2)

    1
    0
    07/10/2019
    1
    0
    07/10/2019
    3

    บทที่ 3

    1
    0
    08/10/2019
    1
    0
    08/10/2019
    4

    บทที่ 4

    2
    0
    09/10/2019
    2
    0
    09/10/2019
    จัดอันดับคะแนน

    0.0

    จาก 0 รีวิว

    ไม่มีรีวิว

    เรื่องที่คุณอาจสนใจ

    ดูเพิ่มเติม

    Back