ข้ารับใช้ หมายเลข ๐

  • (0 review)
  • ทุนการศึกษาที่ต้องแลกด้วยการเป็น 'ข้ารับใช้' แค่ทำหน้าตาดีไปวัน ๆ ให้เจ้านายหลงรักนะเหรอ? นั่นน่ะ มีแค่ในนิยายเท่านั้น!!!

    บทนำ

    ข้ารับใช้ หมายเลข ๐

     

    บทนำ

     

                    กระบอกไม้ไผ่สีแดงข้างในบรรจุด้วยติ้วซึ่งทำจากไม้ไผ่แผ่นบางถูกถืออยู่ในมือใหญ่ของผม เด็กหนุ่มที่ใครต่อใครบอกว่าหน้าดีแต่พลาดตรงหัวขี้เลื่อยไปสักหน่อย เอาตามจริงเลยนะ ผมไม่ค่อยสนใจหน้าตาตัวเองสักเท่าไหร่ ไม่ได้คิดว่าตัวเองโชคดีกว่าคนอื่นที่มีรูปทรัพย์ติดตัวมาแต่เกิดเช่นนี้ ถึงจะมีกลุ่มแฟนคลับทั้งที่โรงเรียนรวมถึงในย่านตลาดสดแถวบ้าน แต่ผมกลับไม่คิดจะใช้มันแสวงหาประโยชน์ใส่ตัว และจนแล้วจนรอดผมก็ไม่รู้จะทำยังไงให้คนเหล่านั้นเลิกมองผมเพียงภายนอก จึงต้องจำยอมรับสภาพหล่อเลือกได้แบบนี้มานานหลายปี หากพระเจ้าจะลดความเนื้อหอมของผมลงสักหน่อยแล้วแทนที่ด้วยมันสมองให้สักนิด มันคงดีมากและดีกว่าที่ผมต้องมานั่งเขย่าติ้วเสี่ยงทาย ลุ้นกับความหวังสุดท้ายในชีวิตก่อนผลแอดมินชั่นเข้ามหาวิทยาลัยจะประกาศ

                    ติ้วไม้หล่นหลังจากสั่นกระบอกสักพักหนึ่ง ผมยื่นนิ้วมือยาวไปหยิบขึ้นมา หลายเลข 30 ปรากฎบนนั้น ผมใส่ไม้ไผ่แผ่นบางกลับคืน ก้มกราบเทพเจ้าวีรสตรีนาม ‘ซำไนฮูหยิน’ แล้วเดินไปยังโต๊ะยาวของเจ้าหน้าที่ดูแลศาลเจ้าข้างประตูทางเข้าออก

                    “นี่ถ้าช้ากว่านี้ จะให้มาใหม่วันหลังแล้ว” อาแปะวัย 70 กว่า ใบหน้ากลมเต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่น ผมสีดอกเลาบนศีรษะบางจนนับเส้นได้ หนึ่งในสามเจ้าหน้าที่ประจำศาลเจ้าพูดภาษาไทยสำเนียงจีนด้วยท่าทางทีเล่นทีจริง อาแปะเห็นผมตั้งแต่ยังอยู่ในท้องแม่ แกเป็นคนอารมณ์ดีแถมยังชอบเหย้าแหย่ผู้คนที่มาศาลเจ้าบ่อย ๆ ดังนั้นผมถึงมั่นใจว่าแกพูดเล่นกับผมอีกแล้ว “ได้เซียมซีเบอร์อะไรล่ะ”

                    “30 ครับแปะ”

                    แปะหยิบกระดาษสีชมพูแผ่นเล็กกว่าโปสการ์ดออกจากชั้นไม้ซึ่งสั่งทำพิเศษเพื่อใช้เก็บใบเซียมซี แกอ่านข้อความในนั้นก่อนส่งให้ผมพร้อมรอยยิ้ม

                    “ถามเรื่องผลสอบหรือเปล่ามะพร้าว ดีนะ”

                    นั่นแหละฮะชื่อผม ‘มะพร้าว’ ป๊ากับหม่าม๊าตั้งใจตั้งชื่อนี้ให้เพราะผมผิวขาวตามแบบลูกคนจีนแถมโชคดีที่ตาโตสองชั้น อีกทั้งที่บ้านขายแกงในตลาดด้วย อาหารไทยที่ต้องใช้กะทิเป็นส่วนสำคัญ ผมซึ่งเป็นลูกชายคนที่สองจึงได้ชื่อนี้มาครอบครอง มันเป็นทั้งชื่อจริงตามบัตรประชาชนและชื่อเล่นผมด้วยล่ะครับ

                    “ให้ดีจริงเถอะแปะ ผมเครียดจนถ่ายไม่ออกมาหลายวันแล้ว” ผมบอกพร้อมยื่นมือไปรับเซียมซีมาอ่าน ภาษาจีนแนวตั้งสี่แถวด้านบนผมอ่านไม่ออก ถึงจะมีเชื้อสายจีนแต่ผมเกิดและโตที่เมืองไทย ส่วนไอ้ที่ทำให้ผมยิ้มจนหน้าบานคือคำกลอนสี่แถวที่แปลเป็นภาษาไทยออกมาแล้วต่างหาก

                    “หุบยิ้มละลายใจอาหมวยในตลาดแล้วออกไปได้แล้ว แปะจะปิดศาลเจ้า”

                    “ทำไมปิดเร็วจังล่ะแปะ นี่มันยังไม่ห้าโมงเย็นเลยนะ อีกตั้งชั่วโมงกว่า” ผมถามพลางพับใบเซียนซีแล้วใส่ในกระเป๋ากางเกง

                    แปะมองหน้าผมแล้วปัดมือไล่ “ไป ๆ ไม่รู้สักเรื่องจะได้ไหม”

                    “อ้าว? ผมอายุ 17 เองนะแปะ เรื่องอยากรู้อยากเห็นมันก็สมวัยของผมไม่ใช่หรือไง?”

                    “แต่เรื่องที่คนอื่นไม่อยากให้รู้ เขาเรียกว่า ‘เผือก’ ใช่ไหมวัยรุ่น”

                    ถูกผู้อาวุโสตอกหน้ามาหนึ่งคำ จอมยุทธน้อยอย่างผมจึงต้องรีบยกมือซ้ายขึ้นหุ้มกำปั้นขวา คำนับอาแปะแล้วเดินออกจากศาลเจ้าไป แต่ไม่ทราบว่าเพราะความเผือกของผม หรือฟ้าดินเป็นใจให้ล่วงรู้ความลับนี้กันแน่ พอออกจากประตูผมก็เห็นรถหรูสีดำสามคันแล่นมาจอดริมฟุตปาธหน้าศาลพอดี เข้าทางแบบนี้มีหรือที่จะไม่ยุ่ง ผมเดินตรงไปยังรถให้ใกล้ที่สุดแล้วเบี่ยงออก ดูให้เหมือนทำเป็นจะข้ามถนนหน้าศาลเจ้า ความจริงผมแค่จะแอบมองเข้าไปในรถติดฟิล์มเพราะอยากรู้ว่าคนเหล่านี้คือใคร  อยู่แถวนี้มา 17 ปี ยังไม่เคยเจอรถหรูนำเข้าจากต่างประเทศพร้อมใจกันมาจอดซื้อกับข้าวหรือของสดในตลาดสักที งานนี้จะไม่ให้วัยเรียนรู้อย่าผมสอด มันก็ผิดวิสัยใช่ไหมครับ

                    “พี่พร้าว!”

                    เจ้าน้องสาวตัวดีของผมยืนท้าวเอวพร้อมตะเบ็งเสียงเรียก มันเป็นเด็กม.4 อายุ 15  ผิวขาวเช่นเดียวกับผม หน้าตาเราคล้ายกันอยู่หลายส่วนเพียงแต่น้องไว้ผมยาวถึงกลางหลัง มองเผินน้องสาวผมน่ารักใช่ย่อย สมแล้วที่เราเป็นพี่น้องกัน แต่นิสัยและท่าทางของมันอย่างกับพวกเจ้ใหญ่ตามทวงค่าแชร์อย่างนั้นแหละ

            แผนการณ์ของผมจึงล้มไม่เป็นท่า จำต้องหันหลังกลับแล้วก้าวขายาว ๆ ไปหาน้องสาวสุดโหดที่ยืนรออยู่ทางด้านขวาของศาลเจ้าโดยไว ก่อนที่มันจะโมโห แล้วศึกคาดเชือกระหว่างเราสองคนพี่น้องจะเกิดขึ้น

                    “มีคนมาเหมาแกง ป๊าให้มาตามไปช่วยตักใส่ถุงเก็บไว้ให้ลูกค้าประจำก่อน รีบด้วยล่ะ หนูจะกลับไปเอาถุงแกงไซส์ใหญ่ที่บ้าน”

                    “เออ” หลังรับคำ เจ้าน้องสาวถึงเดินมาดนักเลงกลับไป ผมหันไปมองด้านหลังอีกที ตรงรถหรูสามคันมีการ์ดในชุดสูทราคาแพงยืนคุมหลายสิบคน จำนวนหนึ่งในนั้นหันมองมายังผมด้วยสายตาข่มขู่ สะกดความสอดรู้ของผมมิด จนต้องรีบเบนสายตาไปมองยังศาลเจ้าแก้เก้อ ประตูปิดลงแล้ว แค่ช่วงเวลาที่ผมคุยกับน้อง ด้านหลังกลับมีการเคลื่อนไหวอันรวดเร็ว เหมือนจงใจไม่ต้องการให้ใครรับรู้ถึงการมาของคนในรถ อะไรมันจะลึกลับขนาดนั้น? เฮ้อ...น่าเสียดายจริง ๆ อดรู้เรื่องชาวบ้านเลย

     

                    ภายในอาคารพาณิชย์สูงสามชั้นครึ่งอยู่ในซอยใกล้ตลาดสดเป็นบ้านของครอบครัวผมซึ่งอาศัยกันทั้งหมด 7 ชีวิต  ผมนั่งอยู่บนชั้นลอยของบ้านซึ่งมันได้กลายเป็นห้องส่วนตัวของผม หลังจากพี่ชายคนโตแต่งงานแล้วพาพี่สะใภ้เข้ามาอยู่ในบ้านด้วย บนชั้นสามซึ่งมีอยู่ห้องเดียวแถมกว้างที่สุดซึ่งเมื่อก่อนผมอาศัยร่วมห้องกับพี่ชาย ตอนนี้ได้กลายเป็นเรือนหอของพวกเขาไปแล้ว ชั้นลอยจึงมีทุกอย่างที่จำเป็นสำหรับชีวิตผมอย่างครบครัน แม้จะขาดความเป็นส่วนตัวไปบ้างเวลามีคนเดินขึ้นลงบันไดแต่ผมก็ไม่ได้เก็บมาคิดให้หงุดหงิด

            ผมมองกระดาษสีชมพูที่แปะบนขอบมุมบนขวาของจอคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ สลับกับผลประกาศแอดมันชั่นที่ตรวจทานรอบแล้วรอบเล่าก็ยังคงไม่ปรากฎชื่อตัวเอง ฮึ เผาทิ้งเลยดีไหม? เซียมซีใบนี้เห็นแล้วรกหูรกตาชะมัด! ขณะยื่นมือจะไปดึงมันออก ออดในบ้านก็ดังลั่น ผมจำต้องลุกจากเก้าอี้แล้วเดินลงไปข้างล่างเพราะในบ้านตอนนี้มีผมอยู่คนเดียว คนอื่นไปช่วยกันขายของในตลาดและไปทำงานกันหมด

                    ทันทีที่เปิดประตูรั้ว กลุ่มเพื่อนผู้หญิงร่วมห้องสักสี่ห้าคนก็แหงนหน้ามองแล้วยิ้มให้ผมตาเป็นประกาย พวกเธอคือส่วนหนึ่งในแฟนคลับตัวยงของผมด้วย ผมจึงส่งยิ้มแบบไอดอลตอบไปแล้วก็เป็นอย่างทุกที พวกเธอจะหลุบตาลงอย่างเขินอายแล้วหันไปแอบกรี๊ดกร๊าดกันเอง แต่ผมยืนอยู่ตรงนี้ แถมยังสูง 183 ซ.ม. คงคิดว่าผมไม่เห็นสินะ? เอาเป็นว่าผมแกล้งทำเป็นไม่เห็นตามที่พวกเธอคิดกันเองก็แล้วกัน พวกเธอจะได้ไม่เขินผมมากไปกว่านี้อีก

                    “นี่เราเอามาให้ ไปเรียนด้วยกันนะ” เพื่อนสาวคนหนึ่ง ยื่นระเบียบการของมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งส่งให้ สถาบันนี้มีชื่อเสียงไม่น้อยแต่ค่าเรียนมันโหดจนผมไม่กล้ายื่นมือไปหยิบเอกสาร

                    “ไม่ล่ะ ขอบใจ ค่าเทอมที่นี่แพง ฉันคงเลือกเรียนที่อื่น อีกอย่างไม่อยากเรียนไกลบ้านด้วย” คำตอบแบบหล่อเลือกได้ของผมคงทำให้พวกเธอเสียความตั้งใจไม่น้อย แต่ผมเป็นพวกชัดเจนและไม่ชอบเล่นกับความรู้สึกใคร ถึงผมจะสามารถทำได้ก็ตาม

                    “ถ้าเรียนด้วยกัน มะพร้าวก็ติดรถพวกเราไปได้นี่ แถมมีทุนให้นักศึกษาด้วยนะ มะพร้าวไปสมัครเรียนกับพวกเราแล้วค่อยขอทุนก็ได้นี่หน่า” พวกเธอยังหว่านล้อม

                    ถึงหัวสมองของผมจะไม่ดีเลิศเลอเหมือนหน้าตา แต่ผมก็ไม่ได้ขั้นโง่เขลาจนไม่รู้จักประมาณตน พวกทุนเรียนดีอะไรนั่น ส่วนมากเกรดเฉลี่ยต้อง 3.5 ขึ้นไป สำหรับผมแค่เรียนจบม.ปลายสายศิลป์คำนวณด้วยเกรด 3.0 พอดีเดะก็หืดขึ้นคอ ถ้าไม่ได้พี่ชายและเพื่อนสนิทช่วยติว บวกกับพวกสาว ๆ หัวดีที่แอดมิดชั่นติดกันหมดช่วยชี้แนะ ผมคิดว่าตัวเองคงไม่สามารถคว้ามันไว้ได้

                    “พวกเราเลือกคณะการจัดการ ถ้ามะพร้าวเรียนด้วย พวกเราจะช่วยเธอเอง”

                    หืม??? ข้อเสนอน่าสนใจ แถมเป็นคณะที่ผมอยากเรียน ผมยิ้มให้พวกเธออีกหนก่อนยื่นมือไปหยิบเล่มเอกสารมาถือไว้ “ขอบใจ ขอคิดสักคืนแล้วกัน”

                    พวกเธอยิ้มให้กันอย่างมีความหวัง ก่อนชวนผมคุยอีกเล็กน้อยแล้วขอตัวกลับ

                    “รอเดี๋ยวนะ” ผมบอกแล้วเดินเข้าไปในบ้าน ไม่ได้คิดอ่อยหรือให้ความหวังกับพวกเธอนะ แต่คนเขามีน้ำใจมา เราควรมีน้ำใจตอบไม่ใช่เหรอครับ ผมเปิดตู้เย็นแล้วหยิบขนมเต้าส่วนที่อยู่ในถ้วยพลาสติกแบบมีฝาปิดออกมา ผมทำมันแก้เครียดตอนลุ้นผลประกาศแอดมิดชั่นนี่แหละ

                    ดูท่าพวกเธอจะชอบใจที่ได้รับขนมหวานแบบไทย ๆ ขัดกับหน้าตาหล่อตี๋อินเตอร์ของผม จึงจากไปพร้อมรอยยิ้มเปี่ยมสุข หลังจากพวกเธอกลับไป ในบ้านก็เงียบอีกหน ผมถือหนังสือระเบียบการของมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังกลับไปนั่งหน้าคอมพิวเตอร์ที่ปิดหน้าจอไว้ มองชื่อสถาบันเอกชนอันมีชื่อเสียงไม่น้อยไปกว่ามหาวิทยาลัยของรัฐ แต่ติดที่ค่าเทอมสูงลิบจนผมไม่กล้าคำนวณว่า ต้องทำแกงขายเพิ่มอีกกี่หม้อถึงจะเพียงพอ

            ระหว่างกำลังครุ่นคิด บทสวดมนต์ภาษาจีนก็แว่วให้ได้ยิน คงมีงานที่ศาลเจ้าถึงได้มีพระจีนมานำสวด พอนึกถึงศาลเจ้า ปลายกระดาษเซียมซีบนจอคอมฯก็พริ้วไหวยามถูกลมเย็นจากพัดลมเป่าโดน ผมยังศรัทธาในความแม่นยำของเซียมซีประจำศาลเจ้าเก่าแก่ของชาวจีนแคะที่สร้างตั้งแต่ปลายรัชกาลที่สาม ทุกคนที่อยู่ย่านตลาดเก่าติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งธนบุรีมักมาสักการะขอพรและทำการเสี่ยงทายกันทั้งนั้น ทุกเสียงพูดเหมือนกันถึงความศักดิ์สิทธิ์ของคำทำนาย

            “เอาวะ! มะพร้าวลุย!!!”

                    บางทีข้อความบนเซียมซีอาจไม่ได้หมายถึงผลสอบแอดมิดชั่น แต่หมายถึงอนาคตของผมต่อจากนี้ก็เป็นได้?

     

    ******


    สารบัญ 45 ตอน ( ยังไม่จบ )
    ตอนที่ ชื่อตอน
    1

    Ep. 1 … เพื่อนใหม่ …

    115
    0
    28/11/2018
    115
    0
    28/11/2018
    2

    Ep. 2 ... กักบริเวณ ...

    78
    0
    28/11/2018
    78
    0
    28/11/2018
    3

    Ep. 03 … เซ็นสัญญา ...

    65
    0
    28/11/2018
    65
    0
    28/11/2018
    4

    Ep. 04 … รับน้อง …

    61
    0
    28/11/2018
    61
    0
    28/11/2018
    5

    Ep. 05 ... ความจำเป็นของคิม ...

    60
    0
    05/12/2018
    60
    0
    05/12/2018
    6

    Ep. 06 … จะเก็บเธออยู่ในใจเสมอ ...

    41
    0
    05/12/2018
    41
    0
    05/12/2018
    7

    Ep. 07 … จ.ม.ท้าประลองครั้งที่ 2 ...

    37
    0
    05/12/2018
    37
    0
    05/12/2018
    8

    Ep. 08 … แพรวา อรชุมา ภาสกร ยุทธพงศ์…

    36
    0
    05/12/2018
    36
    0
    05/12/2018
    9

    Ep. 09 … เรื่องบนเตียง …

    69
    0
    05/12/2018
    69
    0
    05/12/2018
    10

    Ep. 10 … เปิดตัวบัดดี้ …

    44
    0
    12/12/2018
    44
    0
    12/12/2018
    11

    Ep. 11 … ทะเลาะเบาะแว้ง …

    29
    0
    12/12/2018
    29
    0
    12/12/2018
    12

    Ep. 12 … ล่าแต้ม …

    38
    0
    12/12/2018
    38
    0
    12/12/2018
    13

    Ep. 13 … ต้นมะขามคู่ …

    25
    0
    12/12/2018
    25
    0
    12/12/2018
    14

    Ep. 14 … นายน้อยทั้งสามแห่งไร่ยอดตะวัน …

    22
    0
    12/12/2018
    22
    0
    12/12/2018
    15

    Ep. 15 … ก่อนวันประลองดาบ …

    17
    0
    19/12/2018
    17
    0
    19/12/2018
    จัดอันดับคะแนน

    0.0

    จาก 0 รีวิว

    ไม่มีรีวิว

    เรื่องที่คุณอาจสนใจ

    ดูเพิ่มเติม

    Back