บทที่ 2 เจอลูกพีชแล้ว ชอบมากกกก (2)

​“คุณมันบ้า”

คนบ้าแอบยิ้มกับหลังของหญิงสาว นึกกระหยิ่มในใจ เอาแล้วไงแม่ชีชักจะมีน้ำโหแล้ว

“บอกมาว่าคุณต้องการอะไรกันแน่” เธอกัดฟันถาม

“ขืนบอกตรงๆ คุณคงได้ตบผมเลือกกบปาก” 

“ฉันทำแน่ถ้ามีโอกาส แต่ตอนนี้คุณน่าจะปล่อยฉัน แล้วเรามานั่งคุยกันดีๆ แบบสุภาพชน” หญิงสาวยื่นข้อเสนอ แต่ชินดนัยแกล้งนั่งหูทวนลม ตีหน้ามึนแนบแก้มกับแผ่นหลังเธอและยังกอดไม่ยอมปล่อย 

คนถูกกอดเม้มปากพยายามคิดหาวิธีให้หลุดพ้นเงื้อมมือผู้ชายใจโฉดคนนี้ ผ่านไปเกือบนาทีชินดนัยถึงขยับกายเอาหน้าออกจากแผ่นหลังของเธอ แต่อ้อมกอดยังคงรัดเอวแน่นจนหญิงสาวต้องพูดซ้ำ

“ฉันว่าพูดชัดเจนด้วยถ้อยคำที่ฟังเข้าใจง่ายที่สุดแล้วนะคะ”

“ไอ้ผมมันก็คนโง่ ป่าเถื่อน ไร้อารยธรรมเสียด้วย” ชินดนัยยิ้มกว้างตอบกลับสายตาเขียวปัดของหญิงสาว “แหม...ล้อเล่นหน่อยเดียว คุณทำอย่างกับจะจกตาผมออกมางั้นแหละ โอเคๆ ปล่อยก็ได้ แต่คุณต้องไม่วิ่งหนีผมนะ”

“ค่ะ ฉันจะไม่หนี”

“น่ารัก” เขาลากเสียงต่ำลดหน้าก้มลงจูบแผ่นหลังนุ่มนิ่มหนึ่งครั้งจนหญิงสาวสะดุ้ง 

เมื่ออ้อมแขนแน่นหนาคลายออก หญิงสาวรีบลนลานขยับลงไปนั่งไกลลิบ ชินดนัยยิ้มกริ่ม นึกขำอยู่ในใจ ระยะแค่นี้คิดว่าหนีพ้นมือเขาเหรอ โถ...กระโจนตะครุบทีเดียวก็เรียบร้อยแล้ว 

แม่ชีหนอแม่ชีทำเหมือนว่าอยู่ใกล้เขาแล้วศีลจะขาด ไม่ทันแล้วมั้ง ประวัติอันบริสุทธิ์ผุดผ่องของเธอมันมัวหมองตั้งแต่มีชื่อเขาเข้ามาเอี่ยวในชีวิตแล้ว 

“ดูเหมือนเครื่องดื่มของคุณจะไม่ค่อยเข้ากับสถานที่เลยนะ เอางี้ดีกว่า ผมสั่งให้ใหม่ น้องๆ” ชินดนัยกวักมือเรียกพนักงานแล้วจัดการสั่งเครื่องดื่มให้ใหม่โดยไม่สนใจคำทัดทาน และเมื่อพนักงานจากไปพิราอรก็เปิดฉากใส่เขาทันที

“ฉันไม่ดื่มแอลกอฮอล์ค่ะ”

“ก็แค่ม็อกเทลน่ะ ผมว่าดีกว่าน้ำอัดลมของคุณเสียอีก”

“งั้นเริ่มธุระของคุณมาได้เลยค่ะ ใกล้ได้เวลากลับบ้านของฉันแล้ว” สายตาพิราอรมองอยู่แต่ใบหน้าหล่อเหลา ไม่มองต่ำลงไปแถวต้นขาของชายหนุ่มเลย

ชินดนัยแสร้งพลิกข้อมือดูนาฬิกาแล้วหัวเราะ “เพิ่งห้าทุ่มเอง จะรีบกลับไปไหน ถ้าบ้านอยู่ไกล ผมไปส่งให้ก็ได้”

“เห็นจะรับน้ำใจคุณไม่ได้หรอกค่ะ แต่ก็ขอบคุณมาก”

ชายหนุ่มชวนคุยเพื่อให้เหยื่อตายใจ ดูเธอพยายามระมัดระวังตัวจนเกร็งไปหมด “ผมไม่เคยเห็นคุณมาก่อน เพิ่งมาที่นี่ครั้งแรกเหรอครับ”

“ครั้งแรกในรอบหลายปีค่ะ ฉันไม่ชอบเที่ยวกลางคืน คงผิดกับคุณ น่าจะมาที่นี่จนจำชื่อพนักงานได้ครบทุกคนแล้วมั้งคะ” แววตาและน้ำเสียงช่างประชดประชัน ทำให้คนฟังยิ้มกว้างพยักหน้ายอมรับ

“ธรรมดาครับ ผมไม่ได้มาเที่ยวอย่างเดียว แต่มาทำงานด้วย ว่าแต่คุณเถอะ ไม่สบายใจเรื่องอะไรเหรอ ทำไมเลือกหันหน้าเข้าผับ ดูไม่ใช่แนวคุณเลยนะ อกหัก รักคุดรึไง ถึงได้นึกอยากเปลี่ยนลุคมนุษย์ป้ามาเป็นผีเสื้อราตรี”

ชายหนุ่มหยุดเพื่อกวาดตามองเธออย่างละเอียดอีกครั้ง สายตาคมพราวระยับ มุมปากเขามีรอยยิ้มรื่นรมณ์ประดับอยู่ ก่อนที่มันจะขยับวิพากษ์วิจารณ์เธอต่อ

“ความจริงก็เกือบจะดีแล้วนะ แต่ขอบอกตรงๆ ห้ามโกรธ ผมว่าแฟชั่นเข้าผับชุดนี้ยังไม่ผ่าน ไอ้เสื้อคลุมสับปะรังเคนั่น ผมหักคะแนนติดลบเลย ใส่มาทำไมให้เกะกะ เสียเวลาถอด ใครไม่รู้จะหาว่าแม่ชีหนีเที่ยว โทรไปแจ้งที่วัดให้มารับตัวกลับเอาได้”

พิราอรกำมือแน่น มองเขาตาวาววับ พยายามอดกลั้นให้ถึงที่สุด นี่อาจจะเป็นบททดสอบแรกสำหรับเธอ ต่อไปหากต้องเข้ามาบริหารผับ คงมีโอกาสต้องเจอกับลูกค้ากักขฬะหยาบคายอีกหลายคน เธอจะต้องมีสติให้มาก เพื่อหาวิธีรับมือกับผู้ชายปากร้ายตรงหน้า

“ใครจะมองยังไง ฉันคงไปบังคับความคิดไม่ได้หรอกค่ะ คุณเองก็คงมาเที่ยวเหมือนกัน ทำไมถึงเอาเวลาสำเริงสำราญของคุณมาเสียกับแม่ชีหนีเที่ยวอย่างฉันล่ะคะ ตั้งแต่เข้ามาฉันมั่นใจว่ายังไม่ได้ไปเกะกะระราน สร้างความไม่พอใจให้กับใครเลย หรือถ้าเผลอสร้างความไม่พอใจให้กับคุณ ก็ต้องขอโทษด้วย สารภาพว่าในสถานที่อโคจรอย่างนี้ ฉันเองก็ไม่เคยนึกอยากเหยียบย่างเข้ามา แต่เพราะว่ามีเหตุจำเป็น เลี่ยงไม่ได้ ก็เลยเลือกมุมสงบนั่งเงียบๆ จนคุณเข้ามาทำลายความสงบอันน้อยนิดของฉัน”

หญิงสาวเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย กล่าวขอบคุณตอนที่พนักงานยกเครื่องดื่มมาเสิร์ฟ เธอเห็นคู่กรณีหยิบแก้วเหล้าขึ้นไปดื่ม ในขณะที่แก้วม็อกเทลสีฟ้าสวยสดใสของเธอยังวางอยู่ที่เดิม

 

++++++++++++++++++++++++++++

ถ้าเลิกคุมผับ คุณชินจะไปเป็นเมนเทอร์ ปากเธอช่างร้ายกาจ55555

แสดงความคิดเห็น

M A R E A D S