บทที่ 3 พี่เลี้ยง (1)

บทที่ 3
 
พิราอรนึกอยากขอตัวลากลับคอนโดเสียตอนนั้นเลย หญิงสาวเม้มปากขณะมองหน้าแขก เธอจำเขาได้ การเจอกันอีกครั้งไม่เคยอยู่ในความคิด แต่ก็เจอกันแล้วแถมเขายังมานั่งหน้าระรื่นในฐานะแขก เธอตีหน้าไม่ถูก ได้แต่สงสัย ทำไมแขกของพ่อกับน้านันท์ถึงกลายเป็นผู้ชายไร้มารยาทคนนี้
 
“อึ้งไปเลย ลูกพีชจำพี่เขาได้ด้วยเหรอ”
 
“พี่เหรอคะพ่อ” หญิงสาวขมวดคิ้ว แล้วย้อนถามพ่อ
 
“อ้าว แล้วกัน เห็นเมื่อกี้ท่าทางตกใจ นึกว่าจำกันได้”
 
“พีชไม่รู้จักเขาค่ะพ่อ”
 
“ลองมองดีๆ” เดชทัตยังคงสนุกกับการแกล้งลูกสาว กระทั่งถูกภรรยาตีท่อนแขนเบาๆ
 
“คุณเดชก็อย่าแกล้งลูกสิคะ เขาไม่เจอหน้ากันตั้งหลายปีจะจำได้ยังไง แล้วไอ้ตัวดีนี่ก็เคยโผล่หน้ามาให้เจอซะที่ไหน วันๆ เอาแต่ขลุกอยู่กับอะไรก็ไม่รู้” พัชนันท์ค้อนขวับกับหลานชาย ก่อนจะส่งยิ้มไปทางลูกเลี้ยง ถามนุ่มนวล “ลูกพีชจำพี่ชินได้ไหมลูก หลานชายของน้า ที่เมื่อก่อนเคยตามมาบ้านนี้บ่อยๆ”
 
พิราอรมองหน้าแขกอีกครั้ง คราวนี้จ้องแบบไม่สนใจมารยาทอันดีงามเลยด้วย “อย่าบอกนะคะว่านี่คือ...”
 
“ใช่จ้ะ นายชินดนัย หลานชายน้าไงจ๊ะ” พัชนันท์เฉลย
 
พิราอรนึกอยากเอาหน้าผากโขกพื้นแรงๆ การพบกันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ หากแต่เกิดจากกรรมซึ่งเคยกระทำร่วมกันมา เธอเชื่อว่าตัวเองคงกำลังเผชิญหน้ากับเจ้ากรรมนายเวรอยู่เป็นแน่ ทุกครั้งที่ได้เจอกับผู้ชายคนนี้ หัวใจของเธอไม่เคยเป็นสุขเลย ตอนอยู่ในผับก็ร้อนรนกระสับกระส่ายอยากหนีไปให้พ้นหน้า พอพ้นจากเขาได้ก็โล่งใจถึงขนาดกลับไปสวดมนต์แผ่เมตตาชุดใหญ่ ขออย่าได้เจอกันอีก ไม่คิดเลยว่าผลบุญที่อุทิศไปนั้น มันไม่พอ!
 
“สวัสดีจ้ะลูกพีช ไม่เจอกันนานเลยนะ”
 
“สะ...สวัสดีค่ะ” พิราอรอึดอัดกับสายตาคมที่มองมาไม่กะพริบของเขา ผู้ชายคนนี้ไม่รักษามารยาทเลย อย่างน้อยก็น่าจะรู้บ้างว่าพ่อเธอยังนั่งอยู่ ต่อหน้าผู้ใหญ่ยังไม่มีความเกรงใจ อยู่ลับหลังคงไม่ต้องคิด ช่างเป็นคนที่ไม่น่าคบหาสมาคมด้วยจริงๆ
 
หญิงสาวพยายามไม่สบตาด้วย เพราะจะพาให้คิดถึงตอนนั่งอยู่บนตักเขาร่ำไป ความใกล้ชิดครั้งนั้นมันทำให้เธอสะบัดร้อนสะบัดหนาวคล้ายจะเป็นไข้
 
“คราวนี้น่าจะพอจำกันได้แล้วนะ ที่พ่อเรียกเราสองคนมาวันนี้ก็มีเรื่องอยากจะปรึกษานั่นแหละ แต่ไปกินข้าวกันก่อนดีกว่า ไม่รู้ว่าแก้วตั้งโต๊ะเสร็จหรือยัง”
 
“งั้นคุณพ่อนั่งคุยไปก่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวพีชจะไปดูในครัวให้”
 
“ไปพร้อมกันนี่ละค่ะ น้าว่าป่านนี้คุณแก้วจัดการเรียบร้อยแล้ว รายนั้นน่ะแค่รู้ว่าลูกพีชจะมาก็ดีใจยกใหญ่ ออกไปจ่ายตลาดเองเลยนะคะ ไปค่ะ ไปกินข้าวกันก่อน ส่วนเรื่องงานเอาไว้ค่อยคุยกันทีหลัง”
 
พัชนันท์ลุกขึ้นควงแขนเดชทัตนำลูกเลี้ยงและหลานชายไปยังห้องรับประทานอาหาร พิราอรหมดปัญญาจะเลี่ยงจำยอมต้องเดินตามโดยมีชินดนัยรั้งท้าย
 
ชายหนุ่มเร่งฝีเท้าเดินให้ทันเสมอกับเธอ ก่อนจะเอียงใบหน้าที่ยิ้มกรุ้มกริ่มพูดขึ้นลอยๆ
 
“รู้จักกันแล้ว คราวนี้ผมเดินหน้าจีบคุณเต็มอัตราศึกได้เลยนะ”
 
“ช่วยกรุณารักษามารยาทด้วยนะคะ นี่มันในบ้านของฉัน พ่อกับน้านันท์ก็อยู่ อย่ามาทำอะไรรุ่มร่าม”
 
“ผมก็รุ่มร่ามกับคุณคนเดียวนั่นแหละ ขืนลากคนอื่นมาด้วย น้านันท์คงยิงทิ้งตั้งแต่หน้าบ้าน หวงห่วงยังกับงูหวงไข่ ว่าแต่คุณเถอะ ไม่ดีใจเหรอ เราได้เจอกันอีกครั้ง”
 
“ไม่ค่ะ” เธอส่ายหน้า ยอมรับตรงไปตรงมา “ฉันค่อนข้างจะกังวลใจและคิดมากพอสมควร ที่จู่ๆ เราก็ต้องมาร่วมวงศาคณาญาติกัน”
 
ชินดนัยหลุดขำเสียงดัง จนทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสองที่เดินนำหน้าหันกลับมามองอย่างสงสัย พัชนันท์สังเกตเห็นสายตาแวววาวของหลานชายที่ใช้มองลูกเลี้ยงก็พอจับเค้าลางบางอย่างได้ ด้วยความไม่ไว้ใจแม่เลี้ยงแห่งปีรีบปล่อยแขนสามี เดินย้อนไปหาลูกเลี้ยงและจับจูงไปด้วยกัน แต่ก็ยังไม่วายเอ็ดหลานชาย
 
“แกแกล้งอะไรน้อง ไปจ้ะลูกพีช อย่าไปฟังไอ้หมอนี่มันพูดมาก”
 
“น้านันท์นี่ ผมยังไม่ทันได้ทำอะไรเลยนะครับ”
 
“ฉันไม่เชื่อ”
 
“อ๊าว” ชายหนุ่มได้แต่ทำเสียงสูงแล้วเดินยิ้มตามสองสาวเข้าไปนั่งที่โต๊ะอาหาร
 
 
 
 
++++++++++++++++
 
หยอดไปเรื่อยเลยคุณชิน
 
 
 
 
แสดงความคิดเห็น

M A R E A D S