บทที่ 3 พี่เลี้ยง (2)

​สมาชิกบ้านธุวพรไม่เคยอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันนานแล้ว เดชทัตดูมีความสุขมากกว่าใคร พัชนันท์ดูแลเอาใจใส่ใกล้ชิด ชินดนัยช่างสรรหาเรื่องมาเล่าให้ฟัง โดยเฉพาะเรื่องผับเฟรทิสที่เขาดูแลอยู่

 

พิราอรเพิ่งรู้ว่าในช่วงเวลาที่เธอไปเรียนต่อ ชินดนัยได้เข้ามาแบ่งเบาภาระของพ่อกับน้านันท์ไปมากทีเดียว พ่อกับเขาดูเข้ากันได้ดี เพราะสิ่งที่คนไม่มีมารยาทนั่นพบเจอ พ่อของเธอล้วนแต่เคยผ่านมาหมดแล้ว น่าแปลกเวลาเขาอยู่กับผู้ใหญ่ไม่เห็นเจ้าเล่ห์แสนกลเหมือนตอนอยู่ลำพังกับเธอเลย

 

ฮึ! คนสองหน้า เธอละเกลียดนัก!

 

หญิงสาวถามถึงอาการป่วยด้วยโรคเนื้องอกในตับของพ่อ ผลของการส่งตรวจชิ้นเนื้อออกมาแล้ว พบว่าเป็นเพียงแค่เนื้องอกธรรมดาไม่ได้เป็นเนื้อร้าย แต่ถึงอย่างไรก็ต้องผ่าตัดเอาชิ้นเนื้อนั้นออกมา

 

ร่างกายของพ่อต่างจากคนทั่วไป การทำงานกลางคืนติดต่อกันเป็นเวลาหลายปีโดยไม่ได้หยุดพัก ทำให้สุขภาพของท่านไม่แข็งแรง

 

เพราะว่าคุณหมอนัดกำหนดการผ่าตัดไว้แล้วในเดือนหน้า จึงสั่งให้พ่อวางมือจากงานทั้งหมด พ่อมอบหมายให้น้านันท์นั่งรักษาการแทน แต่ปัญหายังติดตรงที่น้านันท์เองก็ต้องดูแลพ่อ ผับบาบิโลนซึ่งเปรียบเสมือนหัวใจของตระกูลธุวพรจะขาดคนดูแลไม่ได้

 

ช่วงเวลากระชั้นอย่างนี้จะไปหาใครมาแทน พ่อจึงคิดยกผับให้กับเธอหลังจากเคยพูดเปรยๆ มาแล้วหลายครั้ง พ่อไม่สามารถเป็นพี่เลี้ยงสอนงานเธอได้เหมือนกับที่เคยสอนชินดนัย ครั้นจะฝากแม่เลี้ยง ฝ่ายนั้นก็งานล้นมือ ทั้งงานหลวงงานราษฎร์

 

เหตุนี้จึงทำให้พ่อต้องส่งน้านันท์ไปตามตัวชินดนัยกลับมา ว่ากันตามตรงแล้วเขาเป็นคนหนุ่มไฟแรง เรียนรู้งานได้เร็วจนพ่อออกปากชมอยู่หลายหน จากผลงานที่ผ่านมาหากยกบาบิโลนให้เขาไปเสียเลยก็คงจะไม่มีปัญหา

 

แต่การทำแบบนั้นพ่อของเธอมองว่าไม่เกิดประโยชน์ใดๆ ตัวพิราอรก็คงจะหาเหตุผลบ่ายเบี่ยงไม่ยอมรับมัน สู้จัดการปัญหาให้เด็ดขาดเสียเลยดีกว่า

 

หลังจากรับประทานของหวานเสร็จแล้ว เดชทัตก็ชวนทุกคนไปห้องนั่งเล่นเพื่อพูดคุยธุระสำคัญ

 

“เออ...ชิน ที่ภูเก็ตตอนนี้ คงกำลังไปได้ดีเลยสินะ”

 

“ดีครับน้าเดช ผมกำลังมองว่าเราน่าจะขยายบาร์แถบติดชายฝั่งได้อีกสักที่หนึ่งครับ สำหรับพวกลูกค้าที่อยากนั่งชื่นชมบรรยากาศทะเลตอนกลางคืน มีเพลงเพราะๆ ดังคลอเสียงคลื่น”

 

“เข้าท่าดีเหมือนกันนะ เพราะลูกค้าบางกลุ่มก็ไม่ได้อยากเที่ยวผับทุกคน ลองดูๆ” เดชทัตพยักหน้าพึงพอใจ

 

ด้วยความที่เขาไม่มีลูกชายจึงเอ็นดูชินดนัยเป็นพิเศษ แถมหลานคนนี้ก็ยังเอาการเอางานควบคุมกิจการได้อย่าง ไม่เคยสร้างปัญหารบกวนจิตใจ เขาจึงถ่ายทอดประสบการณ์ทุกอย่างให้จนหมดสิ้น

 

ส่วนพิราอรไม่เคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับการบริหารจัดการสถานบันเทิงขนาดใหญ่อย่างบาบิโลน ลูกสาวตัวน้อยด้อยเล่ห์เหลี่ยมคงลำบากแน่หากต้องบินเดี่ยวรับงานนี้ เมื่อพัชนันท์เสนอความคิด เดชทัตจึงเห็นด้วยกับข้อเสนอของภรรยา เขาจะต้องกล่อมลูกสาวให้คล้อยตามและยอมรับวิธีนี้ เหมือนกับที่เคยทำให้ยอมรับบาบิโลน

 

“ฉันขอตัวตาชินไปคุยอะไรข้างนอกสักหน่อยนะคะ คุณจะได้มีเวลาคุยกับลูกพีช”

 

“อะไรเหรอครับน้า” ชินดนัยถามน้าสาวงงๆ แต่ก็ยอมลุกตามแรงดึง

 

“ก็เรื่องสำคัญนี่แหละไปเถอะน่า”

 

น้าหลานพ้นจากห้องนั่งเล่น ความสนใจของเดชทัตจึงวนกลับมาที่ลูกสาวที่นั่งอยู่ไม่ไกล

 

“แล้วลูกพีชล่ะ ช่วงนี้งานมูลนิธิยุ่งไหมลูก เคลียร์ให้คุณถวิลเขาหรือยัง”

 

“เคลียร์เรียบร้อยแล้วค่ะพ่อ พีชแบ่งงานให้คนที่เกี่ยวข้องดูแลแล้ว คุณถวิลกับพี่อิ่มจะได้ไม่เหนื่อยมาก ไว้มีเวลาว่าง เราก็เข้าไปดูสักสัปดาห์ละครั้งก็ได้ค่ะ”

 

“ดีลูก แล้วพร้อมจะเริ่มงานที่บาบิโลนได้เมื่อไร” เดชทัตเห็นลูกสาวอ้ำอึ้งจึงพูดต่อ “พ่ออยากให้พีชรีบเข้าไปจัดการ เพราะคุณนันท์ก็คงต้องยุ่งวุ่นวายกับเรื่องพ่ออีกเยอะ ไม่ต้องกลัวนะลูกพ่อเตรียมพี่เลี้ยงไว้ให้แล้ว”

 

“มีพี่เลี้ยงให้ด้วยหรือคะ” หญิงสาวถามด้วยรอยยิ้ม

 

“พ่อไม่ยอมให้ลูกสาวคนเดียวของพ่อลงสนามอย่างเคว้งคว้างหรอกน่า”

 

“พีชไม่มั่นใจเลยค่ะพ่อ”

 

“นี่ไงลูกถึงต้องมีพี่เลี้ยง ถ้าพ่อแข็งแรงกว่านี้ก็ดีหรอก จะไปช่วยสอนงานให้ แต่หมอสั่งห้ามเด็ดขาด ต้องพักผ่อนให้เพียงพอบ้าง ต้องอย่างนั้น ต้องอย่างนี้ น่าเบื่อแท้ๆ พ่อเลยจำเป็นต้องใช้คนอื่นแทน แต่เชื่อใจเถอะระดับพ่อเลือกแล้วไม่มีพลาด คนนี้พ่อคายตะขาบให้เองกับมือ”

 

“ใครกันคะพ่อ ฟังดูอย่างกับทายาทอสูร”

 

“นายชินไง พี่เลี้ยงของลูก”

 

+++++++++++++++++++

สตั๊นแทนลูกพีช เชื่อพ่อเถอะจ้ะ พ่อคัดมาแล้ว555555

แสดงความคิดเห็น

M A R E A D S