บทที่ 3 พี่เลี้ยง (3)

​ริมสระว่ายน้ำของบ้านธุวพร สองน้าหลานที่แยกตัวออกมา กำลังถกประเด็นคุยเครียด พัชนันท์กังวลใจกับท่าทางของหลานชายที่มีต่อลูกเลี้ยง เธอยังสยดสยองกับข้อความที่ได้รับไม่หาย หรือชินดนัยสนใจพิราอรขึ้นมาจริงๆ นั่นจัดได้ว่าเป็นหายนะย่อยๆ เลยทีเดียว เธอไม่นึกเห็นด้วยและไม่มีวันจะสนับสนุนกับความสนใจฉาบฉวยพรรค์นั้น ยกเว้นหลานชายจะจริงจัง ซึ่งลองมองดูก็คงยังไม่ใช่แน่

“ฉันขอเตือนแกตรงนี้เลยนะ อย่าแม้แต่จะคิดทำมิดีมิร้ายลูกพีช กับผู้หญิงคนอื่นฉันไม่เคยว่า แกจะมั่ว จะนัวยังไง ตรงไหน มันเรื่องของแก แต่กับลูกพีชถือว่าฉันขอ”

“น้านันท์ก็คิดมากเกิน ทำไมครับ ผมหื่นออกนอกหน้าขนาดนั้นเลยเหรอ”

“ก็ลองกลับไปส่องกระจกประเมินสายตาตัวเองเอาเถอะ ถือว่าฉันขอร้องเถอะนะ ถ้าแกไม่คิดจริงจังก็อย่าไปทำอะไรให้ลูกพีชมัวหมองเลย ลูกเลี้ยงของฉันเป็นเด็กดี คุณเดชไว้ใจแกมาก ฉันไม่อยากให้เขาผิดหวัง ถ้าแกไม่เห็นแกฉัน แกก็ควรเห็นแก่คุณเดชที่ชุบเลี้ยงแกมาบ้าง”

“เฮ้อ...”

ชินดนัยแกล้งถอนใจแรงๆ ไม่เข้าใจน้าสาวตัวเอง ไม่อยากสูญเสียผับนั่นก็ไปลงทุนลากเขากลับมา พอถึงเวลาดันกลัวว่าเขาจะจับลูกเลี้ยงกินตับซะอย่างนั้น

“น้าควรจะรู้แต่แรกแล้วว่าผมมันไว้ใจไม่ได้ ให้ผมสอนงานลูกพีชก็เหมือนส่งเนื้อเข้าปากเสือ และผมก็ไม่ใช่พวกเสือจำศีลกินมังซะด้วย”

“ฉันก็นึกอยู่แล้ว แต่ถ้าแกกล้าล่วงเกินลูกพีช ฉันนี่แหละจะเป็นคนถลกหนังเสือเอง”

“อืม...ฟังดูก็เร้าใจดีนะครับ” ชินดนัยลูบปลายคาง ยิ้มกริ่ม ดักคอน้าสาว “ถามจริงเลยนะ นอกจากเรื่องบาบิโลนแล้ว น้านันท์แอบวางแผนอะไรสำรองไว้ด้วยหรือเปล่า”

“ฉันไม่ได้เจ้าเล่ห์แพรวพราวอย่างแกนี่ จะได้ซับซ้อน 2 แผน 3 แผน อยากให้แกสอนงานก็คือแค่สอนงานเท่านั้น เรื่องอื่นไม่ต้องสอน แกจะมาทำท่าอยากเคลมลูกเลี้ยงฉันไม่ได้ ฉันไม่ชอบ เคยบอกไปแล้วใช่ไหมว่าลูกพีชเป็นเด็กดี หากต้องมัวหมองเพราะแก ฉันก็มีส่วนต้องรับผิดชอบด้วยเพราะเป็นคนดึงตัวแกเข้ามาในชีวิตของเขา”

“แต่ละประโยคของน้านันท์นี่ ฟังแล้วผมชั่วช้าเหลือเกิน เอาเถอะครับ ผมจะพยายาม...หักห้ามใจ”

“ไม่ใช่แค่พยายาม แต่ห้ามแตะ เข้าใจไหม ห้ามแตะ! ” พัชนันท์ค้อนขวับ ชินดนัยเห็นแล้วก็หัวเราะชอบใจที่ยั่วโมโหน้าสาวได้

“แล้วตกลงจะพักอยู่ด้วยกันที่นี่หรือเปล่า”

“ไม่เอาอ่ะ” ชินดนัยส่ายหน้าเร็วๆ บ้านธุวพรไม่เหมาะกับเขา

ด้วยแนวทางการใช้ชีวิตและหน้าที่การงานในอนาคต ขออยู่คนเดียวดีกว่า น้านันท์คงยังไม่รู้ว่าเขาพักที่ใด เพราะถามเขาก็จะตอบแค่ว่าอยู่คอนโด หากรู้ว่าคอนโดที่ว่านั่นอยู่ไหนมีหวังได้ปรี๊ดแตกอีกรอบ

“เรื่องที่พักน้านันท์ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก ผมให้สาทิตจัดการเรียบร้อยแล้ว น้าน่าจะรู้นะครับว่าคนหนุ่มวัยอย่างผมเนี่ยความส่วนตัวสำคัญที่สุด”

“ย่ะ คนอย่างแกน่ะ ส่วนตัวหรือไม่ส่วนตัวก็เห็นมั่วได้ไม่เลือกที่”

“ว้า...วกกลับมาเรื่องนี้ เลิกคุยดีกว่า เข้าไปข้างในกันเถอะ ชักคิดถึงลูกพีชของน้าแล้วเนี่ย”

“เอ๊ะ! ” พัชนันท์ตาลุก แต่ด่าไม่ทันแล้ว

ชินดนัยไวกว่า เขาลุกขึ้นเดินหนีเข้าไปในบ้าน เพราะในนั้นมีใบหน้าหวานเจริญหูเจริญตามากกว่าหน้าบึ้งๆ เสียงขู่แว้ดๆ ของน้านันท์เป็นไหนๆ

เดชทัตกำลังนั่งคุยกับลูกสาว เมื่อชินดนัยโผล่เข้าไปเจ้าของบ้านก็กวักมือเรียกเหมือนรออยู่พอดี ชายหนุ่มเหลือบตามองไปทางพิราอร เธอก็กำลังมองเขาอยู่เช่นกัน จากสายตาหวาดหวั่นนั้นแทบไม่ต้องเดา เจ้าพ่อสถานบันเทิงคงจะคุยกับลูกสาวแล้ว

“ชินมาพอดีเลย น้าคุยกับลูกพีชแล้วนะ ทางนี้เขาไม่มีปัญหา ทางเราล่ะพร้อมจะเริ่มงานวันไหน”

“คืนนี้เลยก็ได้ครับ เพิ่งสามทุ่มเอง ถ้าลูกพีชพร้อม ไปซ้อมดูงานสักหน่อยก็ได้”

“พีชไม่พร้อมค่ะพ่อ อีกอย่างวันนี้พีชแต่งตัวไม่เหมาะด้วย เดี๋ยวโดนแซะว่าเป็นแม่ชีหนีเที่ยว”

“งั้นก็ไปนัดกันเองแล้วกันนะว่าจะเริ่มงานวันไหน น้าฝากดูน้องด้วยนะชิน สอนน้องให้เหมือนที่น้าสอนเรา เออ...แล้วนี่เรื่องที่พักเรียบร้อยแล้วใช่ไหม ตั้งแต่กลับมายังไม่เคยนอนบ้านเลยนี่ไอ้เสือ”

“เรียบร้อยครับ เป็นคอนโดของเพื่อน มันไปต่างประเทศพอดี”

ชินดนัยยิ้มรับ เขามาถึงกรุงเทพฯ ได้สามวันแล้ว แต่เดชทัตไม่เคยเห็นเขากลับเข้าบ้านก็คงจะเป็นห่วงเรื่องที่พัก นึกแล้วก็น่าน้อยใจ ขนาดเดชทัตเป็นพ่อพิราอรแท้ๆ ยังวางใจเขามากกว่าแม่เลี้ยงอย่างน้านันท์เสียอีก หวงดีนักจะลักตัวไปกอดไว้สักคืน ดูซิคุณแม่เลี้ยงดีเด่นแห่งชาติจะทำยังไง

“ที่จริงก็ไม่น่าลำบาก ไปพักที่อื่นเลย บ้านเราก็ออกใหญ่โตกว้างขวาง” เดชทัตส่ายหน้า บ่นพึมพำ “ชวนให้อยู่ด้วยกันก็ไม่เอา ลูกพีชอีกคน พ่อบอกให้ย้ายกลับมาอยู่บ้านก็ไม่ยอม ไหนๆ หนูก็ไม่ได้ไปทำงานแล้ว”

“อย่าเลยค่ะพ่อ พีชอยู่คนเดียวจนชินแล้ว” พิราอรยิ้มบาง “ดึกแล้วพีชขอตัวกลับก่อนดีกว่าค่ะ”

“ผมก็คงต้องกลับเหมือนกันครับ” ชินดนัยบอกกับเดชทัต ก่อนหันไปทางพิราอร “ลูกพีชกลับกับพี่ก็ได้นะ พี่ไปส่งได้ จะได้คุยเรื่องงานกันด้วย”

“ไม่ค่ะ” พิราอรตอบกลับซะหน้าคนมีน้ำใจหดเหลือสักสองนิ้วได้ “เรื่องงานฉันจะติดต่อไปแล้วกันนะคะ ขอให้ผ่านอาทิตย์นี้ไปก่อน เพราะจะมีประชุมใหญ่ของมูลนิธิ”

“ไม่มีปัญหาครับ สัปดาห์หน้าเราค่อยเริ่มงานกันก็ได้”

“พีชกลับก่อนนะคะพ่อ” พิราอรกอดพ่อ หอมแก้มซ้ายขวา ก่อนผละออก ชินดนัยก็ไหว้ลาและเดินออกจากห้องมาพร้อมๆ กัน

ทั้งคู่มาเจอพัชนันท์เดินเล่นตรงสนามหน้าบ้านจึงเข้าไปลา พิราอรปฏิบัติต่อแม่เลี้ยงเหมือนที่ทำกับพ่อ เป็นการยืนยันว่าทั้งคู่ไม่มีปัญหาแม่เลี้ยงลูกเลี้ยง ชินดนัยไม่สงสัยเลยว่าทำไมน้าสาวถึงทั้งหวงทั้งห่วงลูกเลี้ยงอย่างนี้ น้านันท์ไม่มีลูกจึงรักและเอ็นดูพิราอรมาก และลูกเลี้ยงก็ปฏิบัติต่อแม่เลี้ยงอย่างอ่อนน้อม

พิราอรดื้อแต่กับน้าเดช แต่พอรู้ว่าพ่อป่วยก็เพลาลงเยอะ ต่อไปก็คงจะเปลี่ยนมาดื้อกับเขานี่แหละ ดูท่าทางแล้วคงพยศไม่หยอก แต่ไม่เป็นไรเขาชอบปราบเด็กดื้อ

“ขับรถกลับกันดีๆ นะ”

“ค่ะ”

“ครับ”

“ชิน” พัชนันท์เรียกหลานชายที่กำลังเดินห่างออกไป ชินดนัยหันกลับไปเลิกคิ้วถาม น้าสาวจึงย้ำวัตถุประสงค์ของตนเองอีกครั้ง “แกรู้ใช่ไหมว่าฉันตามตัวแกมาทำอะไร”

“น้านันท์ก็ตามตัวผมกลับมาเป็นลูกเขยน้าเดชยังไงละครับ” หลานชายขยิบตายั่วก่อนวิ่งหนีไปทันที

“ไอ้!!! ”

พัชนันท์เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันกับหลานชายจอมกะล่อน ถ้ามันทำท่าให้จริงจังกว่านี้ เธอก็ยังจะพอหลับหูหลับตาเอาใจช่วยสนับสนุน แต่นี่ดูมันจ้องแต่จะอุ้มลูกพีชขึ้นเตียงอย่างเดียวเลย เธอจะหวังพึ่งพาอะไรได้ มีแต่จะต้องมาแก้ปัญหาขุ่นใจไม่เว้นวันเสียกระมัง

คิดแล้วยิ่งหวั่นใจ ลูกพีชจะรอดเงื้อมมือมันไหมนะ

 

++++++++++++++++++++

บอกคุณน้าไว้ให้ทำใจแต่เนิ่นๆ เลยค่ะ

ลูกพีชไม่รอดแน่5555555

 

แสดงความคิดเห็น

M A R E A D S