บทที่ 3 พี่เลี้ยง (4)

​พิราอรจอดรถตรงที่ประจำของตน คอนโดมิเนียมแห่งนี้ราคาสูงมาก แต่เพื่อแลกกับความเป็นส่วนตัวและระบบความปลอดภัยต่างๆ ก็ถือว่าคุ้มค่า ห้องที่พิราอรซื้อไว้เป็นห้องชุดขนาดใหญ่ ทั้งชั้นมีอยู่แค่สองห้อง หญิงสาวอยู่มาตั้งแต่แรกยังไม่เคยเจอเพื่อนบ้านเลย แต่ก็พอทราบว่ามันมีเจ้าของ อาจจะเป็นลูกหลานไฮโซซื้อไว้เก็งกำไรก็เป็นได้

หญิงสาวเดินหมุนคีย์การ์ดในมือเล่นพร้อมฮัมเพลงเบาๆ แต่แล้วเสียงลิฟต์ก็ทำให้เพลงของเธอหยุดชะงัก ปกติชั้นนี้มีแค่เธอเท่านั้น แล้วใครกันที่โผล่มา หรือว่า...

เสียงผิวปากของคนที่ก้าวออกจากลิฟต์ทำให้หญิงสาวต้องหันกลับไปมอง สองสายตาประสานกันในระยะไกล ก่อนคนมาใหม่จะค่อยๆ คลี่ยิ้มอย่างยินดี จะมีก็แต่พิราอรเท่านั้นยืนนิ่งราวกับถูกตรึง อึ้งด้วยความคาดไม่ถึง

“น้องลูกพีช...” ชินดนัยเดินยิ้มกรุ้มกริ่มเข้ามาหา “เจอกันอีกแล้วนะครับ ท่าทางเราสองคนจะดวงสมพงศ์กันนะ”

“คุณพักห้องนั้นหรือคะ”

“อื้ม...นั่นห้องเพื่อนผมเอง” ชายหนุ่มพยักหน้ายิ้มๆ ก่อนชี้ไปยังห้องของเธอ แล้วย้อนถาม “ส่วนนั่นก็ห้องของลูกพีชใช่ไหม แบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะ อยู่ใกล้ๆ กันจะทำอะไรๆ ก็สะดวก”

ชินดนัยหัวเราะตอนที่หญิงสาวขมวดคิ้วมองหน้าเขาเหมือนสงสัย ว่าทำอะไรๆ นั่นหมายความว่าไง

“ฉันคิดว่าคุณจะเลยไปดูงานที่บาบิโลนเสียอีก” พิราอรเปลี่ยนไปคุยเรื่องอื่น นึกเกลียดลูกตาวิบวับแพรวพราวของเขาจริงๆ ผู้ชายคนนี้เป็นตัวปัญหาสำหรับเธอ นึกไม่ออกเลยว่าตอนที่ต้องทำงานด้วยกัน เธอจะใช้บทสวดไหนมาสวดสงบใจดี

“ก็ว่าจะไป แต่เห็นคุณขับรถกลับมาคนเดียวนึกเป็นห่วง เลยขับตามมา”

“คุณรู้ก่อนหน้านี้หรือเปล่าว่าฉันพักอยู่ที่นี่”

“เปล๊า! ” เขาใช้เสียงสูงเกินจริง หญิงสาวยิ่งมองอย่างจับผิด

“แต่คุณมาจากภูเก็ตตั้งหลายวันแล้วนี่ ทำไมฉันไม่เคยเจอคุณเลย”

“ผมก็ไปดูลู่ทางที่บาบิโลนนั่นแหละ ไม่แปลกหรอกที่เราไม่เจอกัน แต่อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลยนะ อ่ะ” ชินดนัยคว้ามือเธอก่อนจะยัดคีย์การ์ดให้ บังคับให้เธอกำมันไว้ “พอดีพรุ่งนี้ผมมีนัดสำคัญกับผู้หลักผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง กลัวนอนยาว ตื่นไปคุยไม่ทัน 10.00 น. คุณเอาคีย์การ์ดนี่เปิดห้องเข้าไปปลุกผมทีนะ”

“เดี๋ยวๆ ๆ แล้วทำไมไม่ตั้งปลุกเอง”

“ก็ส่งคุณเข้าห้องเสร็จนี่ ผมจะไปบาบิโลนต่อ กลับมาก็ดึกแล้ว คุณคิดว่าผมจะตื่นทันไหมล่ะ”

“แต่ว่าฉันไม่เข้าห้องคนอื่น”

“ไม่แต่แล้ว ผมไม่คิดเล็กคิดน้อยด้วย ให้คีย์การ์ดไปขนาดนี้ผมไม่กลัวคุณขโมยอะไรหรอก เนื้อตัวทั้งหมดนี่ก็ไม่หวงนะ ถ้าคุณอยากได้ก็มาเอาได้ทุกเมื่อ ไปรีบเข้าห้องซะเถอะ” ชินดนัยขยิบตายั่วแล้วจับไหล่ของเธอหมุน ดันให้เดินไปหน้าห้อง “ผมส่งแค่นี้ ฝันดีนะครับแม่ชี”

“คุณ! คุณ! ” พิราอรอยากจะเขวี้ยงคีย์การ์ดใส่หลังเขาแต่ก็ไม่ทันแล้ว ชินดนัยขายาวก้าวไม่กี่ก้าวก็ถึงลิฟต์และกลับลงไป เธอได้แต่ก้มมองสิ่งที่ถืออยู่ อยากให้เธอปลุกเหรอ รอไปเถอะ

หญิงสาวเข้าห้องและโยนคีย์การ์ดของชินดนัยส่งๆ ไปแถวโต๊ะหัวเตียง ธุระเขาถ้าไม่ใส่ใจก็แล้วแต่เถอะ เธอไม่ใช่เลขาส่วนตัว และไม่มีความจำเป็นต้องลงทุนทำถึงขนาดนั้น

ใครจะคิดกันละว่าหนีมาอยู่ขนาดนี้ เขายังตามมาอยู่ใกล้ๆ อีก แล้วสายตา ท่าทางนี่ไม่น่าไว้ใจเลย ไม่รู้ว่าน้านันท์กับพ่อจะรู้ด้วยรึเปล่าว่าชินดนัยพักที่เดียวกับเธอ

หลังจากอาบน้ำเรียบร้อยพิราอรเตรียมตัวสวดมนต์ก่อนนอนตามปกติ เสียงโทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้น เป็นน้านันท์ที่โทรมา

“ถึงห้องเรียบร้อยแล้วค่า” หญิงสาวกดรับและตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงสดใสเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายจะถามอะไร

พัชนันท์หัวเราะ ก่อนว่า “ก่อนกลับลืมอะไรหรือเปล่าจ๊ะ”

“ไม่นี่คะ”

“แต่โหลคุกกี้ยังตั้งอยู่ที่เดิมเลยนะคะ”

พิราอรอุทาน เพิ่งนึกได้ว่าพัชนันท์ทำขนมไว้ให้ “น้านันท์...พีชลืมสนิทเลยค่ะ ไว้จะแวะเข้าไปเอานะคะ”

“ห้ามลืมอีกนะคะ จะได้เอาไว้กินรองท้อง เผื่อวันไหนขี้เกียจตื่นมาทำอาหารเช้าก็พอกลั้วคอกับกาแฟได้ แล้ววันที่หมอนัดตรวจคุณพ่อลูกพีชว่างมาไหมคะ”

“ว่างค่ะ แล้วเจอกันที่โรงพยาบาลนะคะ”

“ได้ค่ะ น้าจะได้บอกคุณเดชให้ รายนั้นไปหาหมอทีไรชะเง้อคอรอลูกสาวทุกที คุณหมอก็ใจดีจะตาย จะดุก็ตอนที่คนไข้ไม่ฟังเท่านั้น”

“ปกติพี่หมอแกก็ไม่ดุหรอกค่ะ คุณพ่อนั่นแหละดื้อเอง แล้วเจอกันนะคะ”

หลังจากพัชนันท์วางสาย พิราอรก็นั่งพับเพียบ พนมมือระหว่างอกและเริ่มสวดมนต์ เธอทำเช่นนี้เป็นประจำจนคุ้นชินไปแล้ว หากวันไหนไม่ได้สวดมนต์ก่อนนอนก็คล้ายจะนอนไม่หลับเหมือนมันค้างคา นอกจากนี้เธอยังใช้เวลาว่างจากงานฝึกทำสมาธิอีกด้วย แม่สอนว่าการฝึกสมาธิสามารถทำได้ทุกที่ทุกเวลา เมื่อจิตใจไม่ฟุ้งซ่านก็จะเกิดสติปัญญาคิดหาหนทางต่างๆ ได้ลงตัว

ทว่าวันนี้จิตใจของพิราอรไม่สงบเลย ภาพใบหน้าคนเจ้าเล่ห์ รอยยิ้มยั่วโทสะและสายตาวาวๆ ของชินดนัยคอยจะปรากฏรบกวนอยู่ร่ำไป เธอคอยแต่จะคิดว่าอะไรจะเกิดขึ้นหากไม่ทำตามที่เขาขอ

“ไม่! พีช เธอจะไปคล้อยตามเขาไม่ได้” หญิงสาวเตือนตนเอง อยู่มาแต่ไหนแต่ไรยังอยู่ได้ กับแค่ตื่นให้ตรงเวลาไปคุยธุระทำไมต้องมาใช้เธอปลุกด้วย

ไม่ไป! เธอจะไม่เหยียบห้องเขาเด็ดขาด

พิราอรถอนใจแรง เอื้อมมือปิดไฟหัวเตียง ล้มตัวนอน แล้วดึงผ้าห่มคลุมถึงคอ จิตใจตั้งมั่น เธอไม่ได้รับปาก เป็นเขาเองรวบรัดตัดบทไม่ฟังใคร หากไปคุยธุระช้าก็เป็นเพราะตัวเขาเองนั่นแหละไม่ใช่ความผิดเธอ

 

 

++++++++++++++++++++++++

หุหุหุ ลูกพีชจะลองของสินะ เดี๋ยวรู้กัน

แสดงความคิดเห็น

M A R E A D S