บทที่ 4 ดูงาน (2)

​“เฮ้ย!” ชายหนุ่มสะดุ้งตื่น เนื่องจากร่างกายที่มีเพียงกางเกงบ็อกเซอร์ตัวเดียวสัมผัสความเย็นจัดของอากาศในห้อง เขามองเห็นผ้าห่มกองอยู่ข้างล่าง ใกล้กันก็เป็นด้านหลังของพิราอร

ชินดนัยยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู จากสภาพเขาน้องชายที่แข็งขึง กับสภาพเธอที่ตื่นตกใจในตอนนี้ เดาได้ไม่ยาก สงสัยคุณหนูลูกพีชจะเจอของดีเข้าให้แล้ว

“รีบหาเสื้อคลุมมาใส่เดี๋ยวนี้เลยนะ” หญิงสาวสั่ง ได้ยินเสียงคนบนเตียงเคลื่อนไหวสวบสาบ

“หันกลับมาเถอะ ผมไม่โป๊แล้ว”

“แน่นะ”

“ลองดูเอาสิ”

หญิงสาวค่อยหันกลับไป ยังไม่กล้าเอามือออกแต่ถ่างนิ้วจนเป็นช่องเพื่อแอบมอง เธอกลัวว่าเขาจะแกล้งกันอีก

“เอามือออกเถอะน่า ไม่โป๊จริงๆ ถ้าอยากดูอีก ผมถอดให้ก็ได้ แต่ช่วยเบาแอร์ลงหน่อยนะ หนาวจนน้องหดไปหมดละ”

“คุณชิน!” พิราอรลดมือลงอวดใบหน้าบึ้งจัด “ทำไมคุณทำอย่างนี้”

“อะไร ผมทำอะไรพีช”

คนถูกกล่าวหาย้อนถาม ทั้งปากทั้งตายิ้มกรุ้มกริ่มไปหมด พอเห็นว่าหญิงสาวงอนไม่ตอบ รอยยิ้มนั้นก็ขยายกว้างมากกว่าเดิม เพราะเริ่มเดาความคิดเธอได้ สงสัยแม่ชีจะกลัวศีลขาด หน้าแดงแจ๋ขนาดนั้น แอบคิดทะลึ่งอะไรอยู่รึไง

“อ๋อ...เรื่องผมแก้ผ้านอนนะเหรอ ไม่เอาน่า จะมากล่าวหากันด้วยเรื่องไม่จริงได้ไง คุณก็เห็นอยู่ว่าผมยังมีบ็อกเซอร์อีกตั้งหนึ่งตัว”

“ไม่ต้องพูดอะไรแล้วค่ะ ในเมื่อคุณตื่นมากวนประสาทฉันได้ขนาดนี้ ก็ไปเตรียมตัวทำธุระคุณเถอะ ฉันขอตัวกลับห้อง”

“เดี๋ยวก่อน” ชินดนัยตามมาคว้ามือหญิงสาวไว้ ออกแรงกระตุกนิดหน่อยเธอก็ถลาเข้ามาปะทะอกกว้าง มือเขาโอบรอบเอวกักเธอไว้ในอ้อมแขน ทั้งคู่นั่งทับกันอยู่บนเตียง

พิราอรขืนตัวหนี มองหน้าเขาอย่างเอาเรื่อง แต่ยังไม่ทันได้จัดการอะไร เสียงประหลาดก็ดังโครกครากขึ้นแทรกสถานการณ์ตึงเครียด หญิงสาวขมวดคิ้วมองเขาราวจะถาม

ชินดนัยตอนนี้ดูคล้ายเด็กหนุ่ม ผมเผ้ากระเซอะกระเซิง ดูเด็กลงจริงๆ เมื่อเขายิ้มแหยเอ่ยสารภาพเสียงอ่อย “ที่ได้ยินเมื่อกี้เสียงท้องผมร้องเองแหละ หิวมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ได้นอนก็พอลืมหิวไปหน่อย แต่พอตื่นก็หิวเลย”

“แล้วทำไมไม่หาอะไรกินล่ะคะ” หญิงสาวย้อนถาม แรงโทสะคลายลง ซ้ำยังลืมตัวไปด้วยว่ากำลังนั่งเกยอยู่บนตักเขา

“กลับมาก็เกือบสว่างแล้ว ผมไม่มีกะจิตกะใจทำอะไรกินหรอก แค่ประคองตัวถึงห้องได้นี่ก็นับว่าเยี่ยม”

“งั้นก็รีบไปอาบน้ำแต่งตัวเถอะ เดี๋ยวฉันทำอะไรให้กินกันตาย ว่าแต่ห้องคุณพอมีเสบียงตุนไว้บ้างไหม”

“ในตู้เย็นน่าจะพอมีของกินแช่ไว้อยู่นะ ผมชอบหิวตอนดึกๆ” ชินดนัยตอบ มือซุกซนของเขาเริ่มลูบวนป้วนเปี้ยนแถวเอวคอด

พิราอรนิ่วหน้าก่อนตีเข้าที่แผงอกกว้าง ผลักเขาแล้วผละออก “ถ้าขืนคุณยังทำแบบนี้อีก ฉันจะกลับห้อง ไม่ต้องกินอะไรทั้งนั้น”

“โอ๊ะๆ ๆ อย่าเพิ่งกลับเลยนะ ช่วยทำอะไรให้ผมกินประทังชีวิตก่อน หิวจะตายอยู่แล้ว ไม่แกล้งก็ได้ จะไปอาบน้ำเดี๋ยวนี้แหละ”

“ก็รีบไปสิคะ”

พิราอรส่ายหน้าขณะยืนดูชายหนุ่มวิ่งเข้าห้องน้ำอย่างว่องไว ไม่เหมือนชินดนัยเจ้าสำราญที่รู้จักเลย แต่ละครั้งที่เจอกันดูเหมือนผู้ชายคนนี้จะมีมุมแปลกใหม่ให้เธอได้เห็นเสมอ มองในแง่ดีก็เป็นคนที่ไม่น่าเบื่อ หากจะมองแง่ร้ายผู้ชายคนนี้ก็คบไม่ได้นั่นเอง เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาไม่แน่นอน จับทางยาก เป็นตัวอันตราย

หญิงสาวเดินออกจากห้องนอน ตรงไปยังมุมทำครัวเล็กๆ ในตู้เย็นไม่มีของสดเลย เจอแต่อาหารแช่แข็งหลายกล่อง ท่าทางคงจะเป็นคนชอบกินตอนดึกจริงๆ ประเภทกินง่ายด้วย ใส่ไมโครเวฟอุ่นแล้วออกมากินได้เลย

“หนุ่มโสดของแท้”

หญิงสาวบ่นพึมพำหน้าตู้ หยิบแต่ละอย่างขึ้นมาพิจารณา คงจะทำอะไรมากไม่ได้หรอก นอกจากเลือกเอาสักอย่างอุ่นให้เขากินแก้ขัดไปก่อน

ชินดนัยออกมาจากห้องในสภาพเรียบร้อย เขามองหาพิราอรเป็นอันดับแรก ทว่าความเงียบเป็นคำตอบได้ดีว่าเธอไปแล้ว ทิ้งไว้แต่กลิ่นหอมของอาหาร เรียกร้องให้เขาเดินไปที่มุมทำครัวเล็กๆ เปิดฝาครอบจานข้าว

“ฉู่ฉี่แซลมอน อือ...แม่ชีเลือกได้ไม่เลวแฮะ” ชายหนุ่มพยักหน้าพอใจกับข้าวที่พิราอรเตรียมไว้ให้ มีกระดาษโน้ตใบน้อยวางอยู่ข้างจาน ในนั้นเขียนด้วยลายมือเรียบร้อยเป็นระเบียบ

“ในตู้เย็นมีแต่อาหารแช่แข็ง ไม่มีของสด ฉันเลือกเอาฉู่ฉี่แซลมอน เพราะเสียงท้องคุณร้องคำรามขนาดนั้น เบากว่านี้กลัวว่าจะไม่อิ่ม หมดหน้าที่แล้ว ฉันกลับห้องนะคะ”

ชินดนัยยิ้มกว้างขณะมองดูรูปวาดผลลูกพีชทรงกลมปลายผลเรียวแทนลายเซ็นของพิราอรผู้ทรงศีล น่ารักจังนะลูกพีช รีบวิ่งกลับห้องไปคงไม่มีเหตุผลอื่นใดหรอก นอกจากไม่อยากอยู่ใกล้เขา

ชายหนุ่มผิวปากเป็นทำนองเพลงรักพร้อมถือจานข้าววางบนโต๊ะ เดินไปเปิดตู้เย็นเอาขวดน้ำออกมาเทใส่แก้ว แล้วนั่งลงเริ่มลงมือจัดการอาหารที่เธอเตรียมไว้ให้ มีรอยยิ้มพอใจขณะตักข้าวใส่ปาก

 

+++++++++++++++++++++++

นิดหน่อยก็เอานะคะคุณชิน

แสดงความคิดเห็น

M A R E A D S