บทที่ 4 ดูงาน (3)

​อันที่จริงชินดนัยไม่ได้มีธุระสลักสำคัญกับใคร เขาแค่แวะเอาของขวัญเล็กๆ น้อยๆ ไปมอบให้กับรัฐมนตรีคนหนึ่งตามคำสั่งของเดชทัต เสร็จแล้วก็มานั่งจิบกาแฟกับสาทิตที่คาเฟ่แห่งหนึ่ง

ที่เขาบอกพิราอรไปอย่างนั้นก็เป็นแผนล่อหลอกเธอมาแกล้งหยอกเล่น ความจริงเมื่อเช้าเขารู้สึกตัวตั้งแต่เธอเปิดประตูห้องนอนเข้ามาแล้ว แม่คุณเล่นเข้ามาถอนหายใจดังเฮือกๆ ใครจะไม่ตื่น เขาเป็นคนหลับง่าย แต่ก็หูไวใช้ได้อยู่ ที่ไม่ยอมขยับตัวก็แค่อยากนอนต่อให้เธอปลุก

คลุมโปงรอตั้งนานกว่าจะส่งเสียงหวานเรียกขาน เขาต้องนอนกลั้นหัวเราะเกือบจะแย่ หน้าตาของลูกเลี้ยงน้านันท์ตลกชะมัดตอนเห็นเขานอนตัวเปล่า แถมเจ้าน้องชายก็ยังประกาศศักดาต่อหน้าเธออีก หวังว่าคงไม่เก็บเอาไปฝันร้ายหรอกนะ เวลาได้แกล้งให้พิราอรสมาธิกระเจิงทำอะไรไม่ถูก เขารู้สึกสนุกจริงๆ

“ผมว่าวันนี้ดูบอสอารมณ์ดีเป็นพิเศษนะครับ มีอะไรที่ผมต้องร่วมยินดีด้วยหรือเปล่า นอกจากได้ห้องพักอยู่ชั้นเดียวกับคุณพีชแล้ว”

“พูดมากน่าทิต” ชินดนัยอมยิ้ม ส่ายหน้า โบกมือปฏิเสธ “ถ้าจะยินดี ก็คงเป็นเรื่องที่นายได้ดูแลผับของฉันที่ภูเก็ต ทำให้ดีละ ถ้าทำเละโดนเตะนะ”

“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงหรอกครับ แต่ทางนี้สิ ไม่มีผม บอสแน่ใจนะครับว่าจัดการได้”

“น้อยๆ หน่อยทิต ก่อนฉันจะมีนาย ฉันก็จัดการอะไรด้วยตัวเองทั้งนั้น”

“แต่ผมอยากอยู่ช่วยบอสนะครับ” สายตาของสาทิตออดอ้อน

ชินดนัยหรี่ตามองหน้าคนสนิท ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างรู้ทัน ไอ้หมอนี่ทำท่าจะรู้ดีเกินไปแล้ว

“พูดมากอยู่ได้ ไหนล่ะของที่สั่งให้ซื้อมา” ชายหนุ่มเบี่ยงประเด็นไปเรื่องอื่น

“นี่ครับ ไร้สาย ใส่สบาย ไม่เกะกะ รำคาญ ระบบปฏิบัติการดีเยี่ยม”

ชินดนัยแกะกล่องดูของข้างใน ก่อนใส่มันกลับไปตามเดิม “ขอบใจมาก แล้วนายจะกลับภูเก็ตวันไหน”

“ตอนแรกผมว่าจะอยู่ช่วยบอสสักอาทิตย์ แต่เสียดายคุณพีชยังไม่พร้อมเริ่มงาน ผมคงรอดูบอสสอนงานสาวไม่ไหว อีกอย่าง...”

“กลับวันไหนทิต”

“พรุ่งนี้ครับ” สาทิตยิ้มจนตาหยี ขืนพูดต่อมีหวังได้โดนเตะ

“เออ...ก็แค่นั้น พูดอะไรไปเยอะแยะ หนวกหู คืนนี้ก็ไม่ต้องตามฉันไปที่บาบิโลนหรอก นอนพักที่โรงแรมนั่นแหละ เดี๋ยวฉันไปเอง”

“คร้าบบบบ”

ชินดนัยปรายตามองราวกับจะค้อน ยกแก้วกาแฟขึ้นดื่มเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะลุกขึ้น เป็นสาทิตที่มองเจ้านายอย่างงุนงงตามไม่ทัน

“จะไปแล้วเหรอครับ”

“เออสิ ก็เสร็จธุระแล้ว นายกลับไปเถอะ นานทีได้พักก็พักซะ ถ้ามีอะไรโทรหาฉันได้ตลอด ดูแลเฟรทิสให้ดีนะ”

สาทิตมองตามเจ้านายจนออกจากร้าน ตั้งแต่เจอกับคุณพีชโดยบังเอิญที่บาบิโลนคืนนั้น เจ้านายของเขาก็ดูจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษ ผู้หญิงน้อยคนนักที่จะมีผลต่อความคิดของชินดนัย แต่หญิงสาวท่าทางเรียบร้อยอย่างคุณพีชกลับทำอะไรที่สาทิตคาดไม่ถึง เจ้านายเขาก็นะเห็นทำเป็นบ่นค่อนขอดว่าสาวเจ้างั้นงี้ แต่ของที่สั่งให้ไปหามาน่ะ มันแสดงความห่วงใยต่อเธอชัดๆ

แยกกับสาทิตแล้ว ชินดนัยกดโทรศัพท์โทรพิราอรทันที เริ่มงานอาทิตย์หน้าเหรอ เฮอะ! ฝันไปเถอะคนสวย เขาไม่ใจดี นอนตีพุงรอเธอได้นานขนาดนั้นหรอก หากเธอมีงานคงค้างเหลืออยู่ เขาจะช่วยจัดการให้เอง

ชายหนุ่มรอสายไม่นานก็ได้ยินเสียงหวานตอบรับนุ่มนวลจนอดยิ้มออกมาไม่ได้ พิราอรคือความละมุนละไมของโลกใบนี้

“สวัสดีค่ะ”

“กราบนมัสการครับแม่ชี”

“คุณชิน!”

นั่นปะไร พอรู้ว่าเป็นเขา เสียงเปลี่ยนทันที

“ครับ ผมเอง ชินดนัย คนดี คนเดิมของคุณไง”

เสียงถอนหายใจเฮือกที่เขาเริ่มจะคุ้นหูดังมาตามสาย ได้ยินก็อดหัวเราะไม่ได้ ลูกเลี้ยงน้านันท์ยั่วง่าย ก็ไหนว่าแอบไปฝึกสมาธิกับแม่บ่อยๆ เจอคนบาปอย่าเขาเข้าไป ขันติที่ฝึกมากลายเป็นขันแตกเสียแล้ว

“ถ้าคุณไม่มีธุระสำคัญอะไร ฉันวางนะคะ”

“เดี๋ยวสิ ตอนนี้คุณอยู่ที่ไหน”

“เพิ่งกลับจากมูลนิธิค่ะ กำลังจะไปบ้าน เมื่อวานฉันลืมของไว้ที่นั่น”

“แสดงว่าคุณก็ต้องผ่านคอนโด โอเค...งั้นแวะมารับผมไปบ้านด้วยนะ พอดีมีเรื่องอยากปรึกษากับน้าเดช”

“ก็แล้วทำไม คุ...”

ชินดนัยกดวางสายโดยไม่สนใจฟัง พลางส่งจูบ ทิ้งท้ายกับหน้าจอที่ถูกตัดสัญญาณไปแล้ว

“บายยยยยย”

พิราอรจอดรถอย่างหงุดหงิด ปกติเธอเป็นคนที่ควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ดี แต่ช่วงนี้ต้องมีเหตุให้หัวเสียไม่หยุดหย่อน กลับมาถึงคอนโดแล้วโทรหาเขานับครั้งไม่ถ้วน แต่ไม่มีการตอบรับ เธอตัดสินใจโทรหาชินดนัยอีกครั้งรอจนกระทั่งเสียงสัญญาณกลายเป็นให้ฝากข้อความ

พอกันที!

โทรศัพท์ในมือถูกกำแน่น หญิงสาวมองไปยังช่องจอดรถไม่ไกลกันนักก็เห็นว่ารถเขายังจอดอยู่ แสดงว่าไม่ได้ไปไหนแล้วทำไมถึงไม่ยอมรับสายเธอ สั่งให้มารับ ก็มาแล้วไง นี่คงไม่ต้องให้เธอขึ้นไปอัญเชิญถึงห้องหรอกนะ

“ทำไมฉันต้องมาเจอะมาเจอกับคนบ้าๆ อย่างคุณด้วยนะ ชินดนัย!”

ความอดทนของพิราอรสิ้นสุดลง เธอเปิดประตูรถ เดินเร็วๆ ไปขึ้นลิฟต์ สัญญากับตัวเองว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้าย เธอจะไม่สนใจเขาอีก และหากเขาคิดจะทำอะไรรุ่มร่ามกับเธอ ไม่ว่าจะความจริงหรือความฝัน เธอจะจัดการกับเขาขั้นเด็ดขาด!   

ทันทีที่ลิฟต์เปิดหญิงสาวก็เดินไปทางห้องของชินดนัย คีย์การ์ดของเขาอยู่ในกระเป๋า เธอแตะมันเพื่อปลดล็อกประตู ผลักเข้าไปโดยไม่เสียเวลาเคาะ ทั้งห้องว่างเปล่าสภาพไม่ต่างจากเมื่อเช้าที่เธอเข้ามา

“คุณชิน!”

 

++++++++++++++++++++

แสดงความคิดเห็น

M A R E A D S