บทที่ 4 ดูงาน (5)

​ผู้คนในบ้านธุวพรดูจะตื่นเต้นกันใหญ่ที่เห็นคุณหนูลูกพีชขับรถมากับคุณชิน โดยเฉพาะพัชนันท์ที่กำลังเดินเล่นกับเดชทัตถึงกับยกมือขยี้ตาเพ่งมองให้ชัดว่าลูกเลี้ยงกับหลานชายตัวแสบเดินเข้าบ้านมาพร้อมกัน นึกขัดใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก นี่คำพูดของเธอไม่เคยซึมผ่านเข้าโสตประสาทของชินดนัยบ้างเลยใช่ไหม

“ทำไมถึง...”

“คุณชินเขารู้ว่าพีชจะเข้ามาเอาของเลยขอติดรถมาด้วยค่ะ” พิราอรบอกแม่เลี้ยง ก่อนจะหันไปทางคนที่มาด้วย “คุณมีอะไรจะคุยก็คุยเถอะ ฉันขอไปหาป้าแก้วในครัวก่อน”

“เดี๋ยวสิลูก” เดชทัตเองก็ดีใจที่ลูกสาวมาบ้านสองวันติด “มานั่งคุยก่อนก็ได้”

“ไม่ดีกว่าค่ะพ่อ เขามีเรื่องอยากปรึกษาพ่อกับน้านันท์ บางทีอาจเป็นเรื่องสำคัญ พีชขอไปเอาของที่ลืมไว้ก่อนดีกว่า” พิราอรไม่ฟังเสียงใคร ตรงนั้นจึงเหลือแค่เดชทัต พัชนันท์และชินดนัย

“แกมีอะไรงั้นเหรอ”

“เอ่อ...คือว่า...” ชินดนัยยังไม่ทันได้คิดเรื่องก็ถูกน้าสาวจี้ถาม “อ๋อๆ ผมจะมาบอกน้าเดชครับว่า เรื่องที่ให้ไปจัดการเรียบร้อยแล้ว”

“แค่นี้”

“ครับ แค่นี้แหละ”

“นี่แกกวนประสาทฉันเหรอ”

“ผมเปล่านะ”

“คุณนันท์ก็อย่าไปคาดคั้นหลานนักเลย มาก็ดีแล้ว” เดชทัตปรามภรรยาด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน

“คุณดูสิคะว่ามันพิรุธขนาดไหน แค่รายงานเรื่องที่ให้ทำ ไม่เห็นต้องมาด้วยตัวเองเลย แล้วไปทำยังไงถึงได้มากับลูกพีชได้” พัชนันท์สอบสวนหลานชายอย่างเข้มงวด

“ก็ตามที่ลูกพีชบอก เอ่อ...น้าเดชครับ ท่านโสภณฝากมาบอกว่าเร็วๆ นี้จะมีการตรวจสอบสถานบันเทิงทั่วกรุงเทพฯ ท่านสั่งให้เราเตรียมตัวครับ”

“จัดการตามเห็นสมควรได้เลย น้าเชื่อว่าเราทำได้ แล้วก็อธิบายให้ลูกพีชเข้าใจด้วย”

“วันนี้ผมว่าจะชวนลูกพีชไปบาบิโลนด้วยกันครับ”

“งั้นฉันขอไปด้วย” พัชนันท์แทรกขึ้น

“ถ้าคุณนันท์ไปแล้วใครจะนวดให้ผม ไหนจะสารพัดอาหารบำรุงอีก” เดชทัตเลิกคิ้วถามภรรยา ทราบว่าเธอเป็นห่วง แต่ทุกคนต้องเติบโตขึ้น พิราอรก็เช่นกัน จะตามไปฟูมฟักชักนำทุกเรื่อง เห็นจะไม่เข้าท่า “ปล่อยให้เด็กๆ เขาจัดการกันเถอะ แค่นี้งานคุณก็เยอะจนไม่มีเวลาพักแล้ว ไหนจะต้องดูแลผมอีก”

“น้าเดชพูดได้ถูกต้อง 100% เลยครับ”

“ฉันแค่เป็นห่วง แต่ถ้าคุณเดชวางใจ ฉันก็ไม่มีปัญหาหรอกค่ะ ไปรอที่ห้องนะคะ”

“อ้าว โกรธจริงหรือนั่น” เดชทัตขำท่าทางกระฟัดกระเฟียดของภรรยา ก่อนจะหันมาพยักหน้าให้กับคนที่นั่งอยู่ “ชินก็สั่งคนของเราให้ดี โดยเฉพาะตรงทางเข้าอย่าปล่อยให้มีปัญหาเด็ดขาด”

“ครับ”

“จริงๆ อยากชวนกินข้าวเย็นด้วยกัน แต่ถ้าจะไปบาบิโลนก็คงจะไม่ยอมอยู่ต่อกันสินะ”

ชินดนัยทำเพียงแต่ยิ้มรับ จังหวะเดียวกับพิราอรเดินเข้ามาพอดี ในมือของเธอมีโหลคุกกี้ที่พัชนันท์เตรียมไว้ให้

“ลืมหรือไง” เดชทัตมองโหลคุกกี้แล้วถามลูกสาว

“ค่ะพ่อ น้านันท์โทรไปบอก ถึงนึกได้”

“จะไปดูบาบิโลนก็ไปกันเถอะลูก พีชตั้งใจฟังสิ่งที่พี่เขาสอนนะลูก ไม่มีพ่อ ไม่มีพี่ ลูกก็ต้องดูแลมันต่อไปได้”

“ทำไมพ่อพูดงั้นล่ะคะ แล้วใครบอกว่าพีชจะไปบาบิโลนคืนนี้”

“ผมบอกเอง ไปกันเถอะ” ชินดนัยเดินมาแย่งโหลคุกกี้เอาไปถือไว้ซะเองแล้ว กล่าวลาน้าเขย “เราสองคนขอตัวก่อนนะครับ”

เดชทัตพยักหน้าตอบรับ ขณะนั่งมองหลานชายของภรรยาดึงมือลูกสาวให้เดินไปด้วยกัน นับเป็นความสนิทสนมที่คงต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด เขานิยมชมชอบในฝีมือการทำงานของชินดนัยนั้นเป็นเรื่องหนึ่ง แต่ทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับลูกสาวผู้เป็นดั่งแก้วตาดวงใจนั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง หากเป็นพี่น้องเหมือนวันวานมันจะไม่มีปัญหา

เขาคิดแค่เพียงอยากให้กลับมาเป็นพี่เลี้ยงสอนงานพิราอร แต่หากชินดนัยอยากเลื่อนสถานะเป็นอย่างอื่น ก็คงต้องเรียกมาเปิดอกคุยกันแมนๆ กับเขานอกรอบ

 

++++++++++++++++++++++

ไปค่ะ ป้ายหน้าบาบิโลน ต้องโดนกันบ้างไม่ใครก็ใคร อิอิอิ

แสดงความคิดเห็น

M A R E A D S