บทที่ 5 คุณมีเจ้าของแล้ว (1)

บทที่ 5

ชินดนัยพาพิราอรมาหยุดยืนกันอยู่หน้าผับ มองแผงไฟหลากสีวิ่งวนวูบวาบน่าตื่นตาตื่นใจ เนื่องจากทั้งคู่มาถึงยังเป็นช่วงหัวค่ำ คนจึงยังไม่มากนัก ชายหนุ่มพาว่าที่เจ้าของผับเดินเตร็ดเตร่ดูลาดเลาอยู่ด้านนอก พร้อมชวนเธอคุยไปด้วย

“หัวค่ำแบบนี้คนยังน้อย วันนี้ผมแค่พาคุณมาซ้อมดูงาน เพราะงั้นเราก็เริ่มกันตั้งแต่ประตูทางเข้าเลยเป็นไง ทำหน้าเนียนๆ ให้เหมือนคนเจนโลกหน่อยยนะครับ”

“ฉันจำได้ว่าเคยบอกคุณแล้วว่ายังไม่พร้อมเริ่มงาน”

“ก็ไม่ได้ให้เริ่ม ให้มาดูเล่นต่างหาก” เขาแถหน้าตายพร้อมกับพยักหน้าบอกให้เธอดูตรงประตูทางเข้า “ส่วนใหญ่ลูกค้าของผับเราจะเป็นพวกวีไอพี หรืออย่างน้อยก็คิดว่าตัวเองเป็น ดังนั้นเราจึงต้องให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวของพวกเขา หากมีรูปภาพไม่น่าดูหลุดออกมา แน่นอนว่าเราจะเสียหาย แล้วยังต้องตามมาเก็บกวาดข่าวคาวให้วุ่นวายเสียเวลา”

พิราอรมองไปยังจุดที่เขาบอก ตรงทางเข้ามีการ์ดคอยตรวจสอบลูกค้าอย่างละเอียด หากไม่ได้เป็นสมาชิกก็จะต้องถูกตรวจค้นอย่างเข้มงวด ไม่ปล่อยผ่านไป ส่วนสมาชิกก็จะมีทางเข้าอีกทางที่สะดวกและสบายกว่า การตรวจตราก็ไม่ได้เข้มงวดมากนัก แต่ยื่นบัตรให้ตรวจก็เป็นอันว่าจบ

“คุณกำลังจะบอกฉันหรือเปล่าคะ ไม่ว่าลูกค้าของเราจะเข้าไปเมาเละเทะแค่ไหนก็ตาม ภาพน่ารังเกียจนั้นก็จะอยู่เป็นความลับแค่เฉพาะในผับของเราเท่านั้น”

“ถูก!”

“เคยมีปัญหาบ้างไหม”

“ทุกรูปแบบ จะเอาแบบไหนล่ะ จะเล่าให้ฟัง” ชินดนัยล้วงเข้าไปด้านในเสื้อคลุมหยิบบุหรี่ออกมาคาบจุดสูบต่อหน้าหญิงสาว

“คุณติดบุหรี่ด้วยเหรอ” พิราอรขมวดคิ้ว ทำหน้าแปลกใจ ดวงตากลมโตมองมาอย่างคาดไม่ถึง

เช่นเดียวกับที่ชินดนัยมองเธอ เห็นท่าทางแม่ชีแล้ว ชายหนุ่มทำหน้าชอบกล นี่เห็นคนกลางคืนอย่างเขาเป็นดอกบัวขาวบริสุทธิ์บนหิ้งพระหรือยังไงกัน

“แค่สูบ ไม่ได้ติด” เขาแก้ ยักไหล่เหมือนไม่แคร์ แต่ในใจรู้สึกบาปหนักยังไงไม่รู้ เล่นมองกันด้วยสายตาตำหนิติเตียนราวกับเขาเลวทรามเสียเต็มประดาจนอดที่จะต้องอธิบายต่อไม่ได้ว่า “นี่คุณ...ผมอายุ 33 ทำงานอยู่ในผับตั้งแต่ยังไม่เต็ม 20 ดี คุณจะให้ผมครองศีล เหล้าไม่กิน บุหรี่ไม่สูบ มันก็ไม่ใช่นะ”

“ฉันเข้าใจ คุณก็คงไม่ต่างจากพ่อ” น้ำเสียง แววตาหม่นแสง ก่อนจะเบนหน้าหนีไปทางอื่น

ชินดนัยอ้าปากค้าง ชะงักนิ้วที่กำลังคีบบุหรี่เตรียมอัดควันเข้าปอด นาทีต่อมามวนบุหรี่ที่เพิ่งถูกใช้งานไปได้เพียงนิดเดียวก็ตกลงบนพื้นก่อนชายหนุ่มจะเอาปลายรองเท้าขยี้ดับเสียไม่เหลือแม้แต่ควัน สองมือจับต้นแขนของหญิงสาวให้หันกลับมาเผชิญหน้ากัน ความอ้างว้าง เคว้งคว้าง ในดวงตาคู่สวยทำให้เขารู้สึกหน่วงในใจอย่างบอกไม่ถูก

เด็กมีปัญหา!

เข้มแข็งทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องเกี่ยวกับครอบครัว เขารู้ว่าพิราอรเป็นเช่นนั้น แต่ไม่รู้เลยว่าเธอจะเปราะบางได้ถึงเพียงนี้ ราวกับกลัวว่าจะถูกจับได้แค่พริบตาเดียวเธอก็ปรับสีหน้าเศร้าสร้อยให้เรียบเฉยเย็นชา ซ้ำยังส่งยิ้มจืดชืดให้กับเขาแล้วว่า

“ฉันไม่ได้จะว่าอะไร แค่มันไม่ดีต่อสุขภาพ คุณเองก็ทำงานกลางคืน สุขภาพร่างกายเสื่อมถอย ไม่แข็งแรงเหมือนคนปกติ ยังมาสูบบุหรี่ซ้ำเข้าไปอีก ฉันก็แค่...”

“ห่วงเหรอ”

พิราอรค้อนขวับ ขณะที่ชินดนัยค่อยๆ คลี่ยิ้ม ยกสองมือขึ้นยอมจำนน

“โอเค...ถ้าคุณไม่อยากให้สูบ ผมก็จะไม่สูบ ไม่สูบอีกเลย” ชายหนุ่มรีบชิงพูดอย่างเอาใจ เขาไม่อยากเห็นพิราอรซึมเศร้าเจ็บช้ำกับอดีตอันปวดร้าว ให้เธอเปิดโหมดแม่ชีเทศนาสั่งสอนศีลธรรมกับเขายังดีเสียกว่า

“ชีวิตคุณ สุขภาพของคุณ คิดเองสิคะ ดูอย่างพ่อฉันสิ ยังดีที่ท่านเลิกสูบบุหรี่ไปหลายปีแล้ว จะทำร้ายตัวเองยังก็คิดถึงคนในครอบครัวบ้างเถอะค่ะ”

นั่นไง โหมดสุขภาพดีชีวีเป็นสุข...มาแบบนี้รับมือยากชะมัด

“โธ่...ไอ้เราก็นึกว่าเป็นห่วง หลงดีใจ ความจริงแล้วคุณก็ห่วงน้าเดชสินะ เราสองคนมันก็หัวอกเดียวกันนั่นแหละ แต่รู้ไหมคุณกับผมต่างกันตรงไหน ถึงพ่อแม่คุณจะเลิกกันแต่ท่านยังมีชีวิตอยู่ คุณยังมีโอกาสได้พูดคุย ได้กอด แต่ชีวิตผมกลับไม่มีใครเลย และในขณะที่ทุกคนรุมล้อมเป็นห่วงเป็นใยคุณมากมาย ผมก็ยังมีแค่ตัวคนเดียว”

“ใครว่า คุณยังมีน้านันท์” พิราอรค้าน มองเขาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ไม่เคยรู้มาก่อนว่าชินดนัยจะมีความคิดอย่างนี้ ดูเขาไม่ใช่คนที่ให้ความสำคัญกับครอบครัว เท่าที่สัมผัสได้ ในความคิดเขาก็มีแค่งานกับผู้หญิง หรือจริงๆ แล้วมันมากกว่านั้น

“ใช่ น้านันท์คนเดียวก็เกินพอแล้วสำหรับเด็กกำพร้าอย่างผม เฮ้อ...แล้วเราจะมัวยืนเล่าเรื่องเศร้ากันอยู่ทำไมเนี่ย เข้าไปหาอะไรดื่มข้างในกันดีกว่า” ชินดนัยชวน ไม่ลืมเตือนให้เธอเตรียมใจ “คุณเคยเข้าไปแล้วนี่ วันนี้ผมจะพาคุณเดินสำรวจให้ทั่ว ไม่ได้ให้เข้าไปนั่งทำการบ้านแบบวันนั้น”

“เมื่อไรจะเลิกล้อฉันสักทีคะ บอกแล้วไงว่าไม่ใช่การบ้าน”

“ก็เห็นตั้งใจขนาดนั้น”

“ฉันแค่จดเรื่องที่คิดว่าต้องปรับปรุง เปลี่ยนแปลงค่ะ”

ชายหนุ่มพยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะทำเนียนเอื้อมมือมากุมมือเธอ

“งั้นข้ามมาบทเรียนถัดไปเลย เราจะเริ่มกันตั้งแต่ทางเข้า ยังไงคุณก็ทนๆ เอาหน่อยแล้วกัน”

“ฉันไม่ได้ไร้เดียงสาขนาดไม่รู้ว่าจะต้องเจอกับอะไรหรอกค่ะ ลืมไปแล้วหรือคะว่าฉันน่ะทายาทเจ้าพ่อสถานบันเทิงเชียวนะ อย่าห่วงนักเลย”

เพราะเธอเคยเข้าผับมาก่อน การตรวจค้นเนื้อตัวต่างๆ จึงไม่ลำบากใจเกินกว่าจะรับไหว ไม่เห็นว่าชินดนัยจะต้องมากังวลอะไรกับเรื่องอย่างนี้เลย ทำเป็นทะนุถนอมเธอ อย่างกับเขาไว้ใจได้นักนี่ เผลอทีไรก็เข้าถึงตัวตลอด ดูอย่างตอนนี้สิ จับมือเธอเนียนเชียวนะ

“ที่แน่ๆ ปล่อยมือฉันด้วยค่ะ” เธอบอกพร้อมกับบิดมือออก

“กับผมน่ะจับนิดหน่อยไม่เป็นไรหรอก ถ้าเป็นคนอื่นผมไม่ชอบ ไม่อยากให้ใครมาแตะต้องผู้หญิงของผม”

“เท่าที่ทราบตรงนี้ไม่มีผู้หญิงของคุณนะคะ ลองหาดูดีๆ ฉันจะเข้าไปรอข้างใน” พิราอรแค่นเสียงหยัน ใบหน้าเชิดขึ้นน้อยๆ อย่างถือตัว แล้วเดินตรงไปหน้าทางเข้า ยืนให้การ์ดผู้หญิงค้นตัว

 

++++++++++++++++++++

เอะอะจับมือ เอะอะกอด แอร๊ยยย อยากสิงลูกพีช

แสดงความคิดเห็น

M A R E A D S