สินบน ตอนที่ 15

          ลิซ่ายกมือขึ้นปิดปากหาวเป็นครั้งที่ห้าเมื่อความง่วงเข้าครอบงำเอาตอนบ่ายคล้อย แต่กาแฟเอสเปรสโซ่กับคุกกี้ที่ฟาบิโอ้วางลงบนโต๊ะเธอทำเอาตาสว่างได้เลย เพราะถ้าฟาบิโอ้มาแปลว่าแอนโทนี่ ริเวร่าเข้าออฟฟิศ

            “นายใหญ่มาแล้วเหรอ ทำไมฉันไม่เห็น”

            “ไม่ได้มาหรอก ผมเอาของสำคัญมาให้นายคุณ”

            “ให้พนักงานส่งเอกสารไปเอาก็ได้นะ คุณจะได้ไม่ต้องมาเอง” เพราะตอนนี้ฟาบิโอ้ ติอาโก้คนนี้ ไม่ใช่ลูกน้องมาเฟียข้างถนนที่ใส่เสื้อเชิ้ตลายดอกชบาสีสดกับกางเกงยีน รองเท้าผ้าใบอีกแล้ว เขาถูกมาร์โก้สั่งให้ใส่สูท ผูกเนกไท ใส่รองเท้าหนัง โกนหนวดตัดผมให้เข้าทรง แล้วภาพลักษณ์ใหม่ที่มาร์โก้สั่งให้เขาเป็นอยู่ตอนนี้ ทำให้เขาดู ภูมิฐาน สมกับตำแหน่งเลขาของประธานบริษัท ไม่เหลือความเป็นอันธพาลข้างถนนเหลืออยู่เลย

            “ไม่ได้หรอก ของในซองนี้สำคัญมาก ผมต้องมาส่งให้ถึงมือนายคุณด้วยตัวเอง”

            “ถ้าอย่างนั้นฉันไปบอกเขาให้ว่าคุณมาแล้ว”

            “เดี๋ยวก่อนก็ได้ คุณดื่มกาแฟซะก่อนเถอะ มันกำลังร้อน”

            “ขอบคุณมากนะ” ลิซ่ายกแก้วกาแฟขึ้นดื่ม ความร้อนกับความเข้มข้นของกาแฟทำให้หายง่วงไปเยอะ

            ฟาบิโอ้มองรูปถ่ายของลิซ่ากับลูกชายเธอที่ติดไว้ที่โต๊ะทำงานแล้ว อดสงสารคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวไม่ได้ เมื่อรู้จากแม่บ้านประจำออฟฟิศว่าพ่อเด็กทิ้งไปตั้งแต่รู้ว่าเธอท้อง แล้วเธอยังมาเจ็บท้องคลอดก่อนกำหนดเอาที่ออฟฟิศอีก “ลูกชายคุณน่ารักดีนะ เขาชื่ออะไร”

            “จัสติน”

            “ตอนที่คุณมาทำงานเขาอยู่กับใคร”

            “ฉันจ้างพี่สาวของแม่บ้านออฟฟิศเลี้ยง พอเลิกงานฉันถึงไปรับ”

            “แล้วพ่อจัสตินติดต่อมาบ้างไหม”

            “ไม่เลย แต่ดีแล้วล่ะ ฉันไม่อยากให้เขาติดต่อมา ไม่อยากให้เขารู้ว่าลูกยังอยู่”

            “เขาให้คุณไปเอาเด็กออกใช่ไหม”

            “ใช่ แต่ฉันทำไม่ได้”

ฟาบิโอ้หยิบกระดาษโน้ตกับปากกาของเธอขึ้นมาเขียนเบอร์โทรศัพท์ของเขากับคำว่า ฉุกเฉิน แปะไว้บนโต๊ะเธอ “โทร.ได้นะ ไม่ฉุกเฉินก็โทร.ได้ อย่างแพมเพิสหมด นมหมดตอนเที่ยงคืนให้รีบโทร.เบอร์นี้”

ลิซ่าหัวเราะคิก เมื่อได้ยินเหตุฉุกเฉินของฟาบิโอ้ “บ้าสิ ฉันไม่โทร.หรอก”

“ไม่บ้าหรอก โทร.มาเถอะ ผมจะรู้สึกเป็นเกียรติมากถ้าคุณโทร.หาผมเวลาที่ไม่รู้จะโทร.หาใคร” ฟาบิโอ้พูดทิ้งท้ายก่อนจะเดินไปเคาะประตูห้องมาร์โก้ โดยไม่ต้องให้เธอลำบากลุกจากโต๊ะ

 

ในครัวใหญ่ที่มีแต่ความวุ่นวายก่อนร้านเปิดในช่วงเย็นของคืนวันศุกร์ ที่เป็นวันที่มีลูกค้าแน่นร้านมากที่สุดของสัปดาห์ ทุกคนต่างเร่งรีบที่จะเตรียมงานของตัวเองให้เสร็จตามคำสั่งของแองเจโล่พ่อครัวใหญ่ แต่ดูเหมือนจะมีแต่เจ้าของร้านที่ดูจะอารมณ์เย็นกว่าใคร เมื่อเขากำลังแล่ปลาเทราต์เพื่อทำมื้อค่ำให้ผู้หญิงใส่แว่นกินในคืนนี้

เสียงผิวปากอย่างอารมณ์ดีของเจ้านายใหญ่ที่ลงมือเตรียมมื้อค่ำด้วยตัวเองเป็นวันที่สอง เรียกรอยยิ้มจากแองเจโล่พ่อครัวเก่าแก่ตั้งแต่รุ่นพ่อ ที่ไม่เคยเห็นแอนโทนี่ทำแบบนี้กับผู้หญิงคนไหนมาก่อน แม้แต่ผู้ว่าการรัฐมากินมื้อค่ำยังไม่ลงมือทำเองเลย

แต่สองวันมานี้แอนโทนี่ใช้เวลาช่วงเย็นขลุกอยู่แต่ในครัว เพื่อทำอาหารให้ผู้หญิงใส่แว่น แทนที่จะออกไปเที่ยวเมาหัวราน้ำเหมือนเคย เขาพิถีพิถันกับอาหารทุกเมนูที่จะเสิร์ฟให้เธอกิน ใช้เวลาเลือกจานนานพอๆ กับใช้เวลาเลือกไวน์ ชิมอาหารทุกจานจนแน่ใจว่าดีพอแล้วจึงให้เสิร์ฟขึ้นโต๊ะ และมีรอยยิ้มเมื่อดอกไม้ช่อสวยมาส่งทันเวลา แล้วอาการแบบนี้คงไม่แคล้วหัวหน้าแก๊งแบล็ก เบซิลอาจจะกำลังตกหลุมรักเจ้าหน้าที่คุมประพฤติซะแล้ว

“เจ้านายจะให้ตั้งโต๊ะตรงไหนครับ” คอลินถามขณะถือเทียนหอม ผ้าปูโต๊ะและผ้าเช็ดปากมาให้เจ้านายเลือกสำหรับโต๊ะดินเนอร์ในคืนนี้

“ที่เดิม...เอาเทียนกลิ่นดอกส้ม ผ้าปูโต๊ะสีครีม ผ้าเช็ดปากสีเหลืองมัสตาด” ชายหนุ่มตอบในขณะที่สมาธิจับจ้องอยู่กับการดึงก้างปลาออกจากเนื้อให้หมด เพื่อเตรียมทำปลาเทราต์อบเนยให้ยายแว่นปีศาจกินเป็นมื้อเย็น

            คอลินเดินไปหาแองเจโล่แล้วแอบหัวเราะกับพฤติกรรมเจ้านายตัวเอง ที่เตรียมการทุกอย่างให้นิโคลีนราวกับว่าวันนี้เป็นวันวาเลนไทน์ “นายว่าเขาเปลี่ยนไปไหม”

            “ไม่รู้สินะ แต่ฉันชอบที่เขาเป็นแบบนี้ ไม่มีเรื่องดี” แองเจโล่มองเจ้านายตัวเองแล้วถอนหายใจ จะว่าโล่งใจมันก็พูดได้ไม่เต็มปากนัก เพราะอดีตที่ผ่านมาร้านนี้ตกเป็นเป้ากระสุนมาตลอดตั้งแต่รุ่นพ่อถึงรุ่นลูก ในฐานะพ่อครัวเขาก็ไม่ได้ชอบนักที่เห็นลูกค้าที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรด้ว ยต้องหลบลูกกระสุนจากฝ่ายตรงข้าม แล้วบ่อยครั้งไปที่ตำรวจเข้ามาค้นร้านหาของผิดกฎหมายจนไม่ต้องทำมาหากินกัน แต่ถ้าแม่สาวแว่นหนาคนนี้จะทำให้แอนโทนี่กลับตัวเป็นคนดีได้ ก็ถือว่าพระเจ้าเมตตาให้ทางสว่างกับเขาแล้ว

           

นิโคลีนเดินออกมาจากออฟฟิศเป็นคนสุดท้ายอีกแล้วในสภาพหมดเรี่ยวแรง แม้จะเป็นคืนวันศุกร์แต่เป็นศุกร์ที่หนักหนาสำหรับเธอจริงๆ เมื่อต้องไปเยี่ยมเด็กในโครงการคุมประพฤติถึงสี่คนในวันเดียว แล้วหลังจากนั้นก็ต้องรีบกลับออฟฟิศเพื่อมาเคลียงานที่ยังค้างอยู่ กว่าจะเสร็จก็เกือบจะหนึ่งทุ่มอยู่แล้ว เธอหิว แล้วอยากกลับบ้านไปอาบน้ำนอน แม้รู้ว่าไอ้บ้าแอนโทนี่ต้องทำของอร่อยเอาไว้เต็มโต๊ะอีกแน่ แต่อย่าหวังเลยว่าเธอจะไป ยิ่งคืนวันศุกร์อย่างนี้สายของฉลามแก่คงจ้องแอนโทนี่ตาไม่กะพริบเลยล่ะ แล้วเธอก็ไม่อยากซวยไปมากกว่านี้แล้ว

 สองเท้าเร่งเดินมาที่ลานจอดรถเมื่อเริ่มมืด สายตาหลังแว่นหนากวาดตามองไปรอบๆ ลานจอดรถมองหารถสีเขียวมะนาวของเธอที่จอดไว้ที่ลานจอดรถ แต่ตอนนี้มันอันตรธานหายไปแล้ว! แล้วที่จอดเดิมของเธอนั้นกลับมีรถเอสยูวีสีดำมาจอดแทนที่กับผู้ชายหน้าตาคุ้นๆ

หญิงสาวเดินปรี่ไปที่รถสีดำ รอยยิ้มของอาลอนโซ่ที่เปิดประตูรถให้ทันทีที่เธอมาถึงทำเอาตบะแตกโพละด้วยแรงขับดันจากความหิว “รถฉันอยู่ไหน!”

            “ฟาบิโอ้เอาไปดูแลให้แล้วครับ เจ้านายบอกว่าถ้าคุณนิโคลอยากได้รถคืน ให้ไปทานดินเนอร์ด้วยกันก่อนแล้วจะคืนรถให้ครับ”

            “แล้วฟาบิโอ้เอารถฉันไปได้ยังไง ในเมื่อกุญแจรถยังอยู่กับฉันเนี่ย!”

            “เรื่องขโมยรถเป็นอีกงานที่เราถนัดครับ”

            “ขโมยรถนี่โทษหนักนะ”

            “รู้ครับ แต่พวกเราคุ้นเคยกับการแก้ปัญหาแบบนี้  โอ๊ะ นี่ก็ใกล้เวลาดินเนอร์แล้ว เชิญคุณนิโคลขึ้นรถเลยครับ เจ้านายทำอาหารอร่อยๆ เอาไว้คอยแล้ว”

นิโคลีนจำใจก้าวขึ้นรถเอสยูวีด้วยความโมโหไอ้คนโฉด ใครจะคิดว่าไอ้บ้านั่นจะกล้าขโมยรถเพื่อลากเธอไปดินเนอร์คืนนี้ คอยดูนะ เจอหน้าแม่จะเอาซอสมะเขือเทศราดตั้งแต่หัวจรดเท้าเลย!

แสดงความคิดเห็น

M A R E A D S