สินบน ตอนที่ 18

“สตรอว์เบอร์รี่เคลือบช็อกโกแลต!ตายห่าแล้ว นี่มันเมนูสยิวของยายมิแรนด้านี่หว่า! แล้วถ้าผู้ชายชวนกินเมนูสยิวเอฟเอชเอ็มวิเคราะห์ว่าอะไรวะ! “นายกินเถอะ ฉะ...ฉันอิ่มแล้ว”

“ลองชิมหน่อยสิ สตรอว์เบอร์รี่หวานมากเลยนะ” แอนโทนี่เดินถือจานผลไม้มาหาคนประหลาด ที่อยู่ดีๆ ก็นั่งหน้าซีดอยู่บนเตียง เขานั่งลงบนเตียงใหญ่ก่อนจะหยิบสตรอว์เบอร์รี่เคลือบช็อกโกแลตแตะไปที่ริมฝีปากนุ่มที่จูบทีไรสติแตกทุกที แล้วยิ่งไม่เข้าใจว่าทำไมใจคอถึงต้องสั่นเมื่อยายแว่นปีศาจ ยอมอ้าปากกัดสตรอว์เบอร์รี่เคลือบช็อกแลตที่เขาป้อนให้ “หวานไหม”

“หวานดีนะ”

“กินอีกลูกนะ” เขาหยิบสตรอว์เบอร์รี่อีกลูกป้อนให้เธอด้วยมือที่เริ่มสั่นเพราะเลือดลมในกายเดือดพล่าน แล้วมันช่างไร้เหตุผลสิ้นดี ที่แค่เห็นผู้หญิงใส่แว่นกินสตรอว์เบอร์รี่ทำไมร่างกายถึงเกิดอาการตื่นตัวรุนแรงอย่างนี้

“นะ...นายกินบ้างสิ” นิโคลีนไม่รอช้ารีบหยิบสตรอว์เบอร์รี่เคลือบช็อกโกแลตส่งให้คนโฉด เพื่อที่ไอ้เมนูชวนสยิวนี้มันจะได้หมดๆ ไปสักที แต่เขากลับจับมือเธอไว้แล้วก้มลงกินสตรอว์เบอร์รี่จากปลายนิ้วเธอ แล้วดวงตาสีน้ำตาลของเขาที่กำลังมองตาเธออยู่ตอนนี้ชวนให้ขนหัวลุกเกรียวกราวเมื่อดวงตานั้นเข้ามาใกล้ทุกที ใกล้จนเธอต้องหลับตาลงก่อนจะได้ลิ้มรสจูบรสสตรอเบอร์รี่เป็นครั้งแรกในชีวิต มันเป็นจูบที่ให้รสชาติหอมหวานเฉพาะตัวของสตรอว์เบอร์รี่สดเคล้าด้วยรสช็อกโกแลตพอกล้อมแกล้ม จูบหวานละมุนที่เขาบริการป้อนให้ถึงปาก ชวนให้นึกสงสัยว่าคนโฉดต้องใส่อะไรลงไปในสตรอว์เบอร์รี่แน่ ไม่อย่างนั้นร่างกายเธอคงไม่เอนตัวลงนอนบนเตียงเอาง่ายๆ แบบนี้ ซ้ำร่างกายนี้ยังให้ความร่วมมือดีจนเกินเหตุ ไม่แข็งขืนโวยวายยามที่เขาเปลื้องเสื้อผ้าออกจากตัวเธอจนหมด ไม่เว้นแม้แต่แว่นเขาก็ถอดให้

“กินของหวานแล้ว ก็กินสินบนต่อเลยนะที่รัก”

“ใครรับสินบนจากนายกัน” เธอยกแขนขึ้นกอดเมื่อแอนโทนี่แนบร่างเปลือยที่ร้อนเป็นไฟลงบนกายเธอ

“คุณกำลังกอดสินบนอยู่ที่รัก หลักฐานแน่นอย่างนี้ลูกขุนทั้งคณะคงเทคะแนนให้ผมชนะ”  

“ฉันไม่เคยพูดว่ารับ มีแต่นายที่พูดเองคนเดียว นายแพ้ตั้งแต่ชั้นสอบสวนแล้ว” นิโคลีนกัดริมฝีปากแน่นเมื่อหน้าอกคัพบีของเธอตกอยู่ในเงื้อมือคนโฉด ซ้ำยังดูดดึงปลายยอดทรวงจนเสียวซ่านไปหมด

“แต่ผมมีหลักฐานเป็นดีเอ็นเอ คุณดิ้นไม่หลุดหรอก แพ้ตั้งแต่ที่เกิดเหตุแล้ว”

“แอนโทนี่...” หญิงสาวครางเบาๆ เมื่อความแข็งแกร่งของเขาแทรกเข้ามาในตัวเธอแบบไม่ทันได้ตั้งตัว

“ถ้าเรียกชื่อผมซะหวานอย่างนี้ คืนนี้ก็ไม่ต้องนอนแล้วที่รัก”

 

จ่าเอกฮาร์เปอร์ ไรซ์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่เอฟบีไอลงจากรถฮัมวีสีดำสามคันตอนตีหนึ่ง หลังจากที่เขาแจ้งไปว่ามีคนพบศพเจ้าหน้าที่เอฟบีไอเอนริเก้ ฟิโนซ่าถูกยิงตายอยู่ในบ้าน

เขาเห็นผู้ชายร่างสูงสวมเสื้อแจ็กเกตสีน้ำเงินเข้มยกเส้นกั้นของตำรวจขึ้นแล้วเดินเข้ามาในที่เกิดเหตุ ก็รีบเดินเข้าไปหา “เจ้าหน้าที่โจนาธาน คีธใช่ไหมครับ”

“ครับ ผมร้อยเอกโจนาธาน คีธ หัวหน้าหน่วยคดีพิเศษไมอามี่ ไม่ทราบว่าใครดูแลคดีนี้”

“ผมเองครับ จ่าเอกฮาร์เปอร์ ไรซ์” ฮาร์เปอร์รีบยื่นมือไปจับกับหัวหน้าหน่วยคดีพิเศษที่เพิ่งมาถึง

“อ้อคุณเองหรือที่แจ้งมา...ใครเป็นผู้พบศพ”

“ผู้หญิงขายบริการชื่อเฟสครับ ตอนนี้ยังสอบปากคำไม่ได้เธอสติแตกอยู่”

“เธอเห็นคนร้ายเหรอ”

“เปล่าครับ เธอเห็นหัวสมองที่ถูกระเบิดแล้วตอนจะเดินมาเข้าห้องน้ำ” ฮาร์เปอร์เองก็ถึงกับเป่าลมหายใจเฮือกใหญ่ออกจากปาก เมื่อเห็นสภาพศพครั้งแรก

“แล้วเธออยู่ไหน”

“อยู่ในรถตำรวจครับ ผมให้ลูกน้องดูแลไว้ก่อน”

“โอเคฮาร์เปอร์ ผมอยากให้คุณทำอย่างนี้นะ คุณให้ทีมงานของคุณออกมาก่อน เพราะเจ้าหน้าที่ของผมจะเข้าไปตรวจที่เกิดเหตุ”

“ได้ครับ”

โจนาธานแยกกับฮาร์เปอร์เดินไปที่รถตำรวจที่ผู้หญิงชื่อเฟสนั่งอยู่เบาะหลัง โดยมีตำรวจร่างใหญ่สองคนดูแลอยู่ เขาเปิดประตูรถก่อนจะเข้าไปนั่งข้างๆ เธอ “ไงเฟส ผมชื่อโจนาธาน คีธนะ ตำรวจคนนั้นบอกว่าคุณเห็นเขาเหรอ”

“ใช่ เต็มสองตาเลย” เฟสปาดน้ำตาที่ไหลอาบเต็มหน้าไปหมด

“เล่าให้ผมฟังได้ไหมว่าคุณได้ยินเสียงอะไรบ้าง หรือเห็นอะไรผิดปรกติหรือเปล่า”

“ฉันไม่รู้เรื่อง หลับเป็นตายเลย มาสะดุ้งตื่นเพราะปวดฉี่”

“เมาเหล้าหรือเมายาถึงได้หลับเป็นตายจนไม่ได้ยินเสียงปืน”

“เหล้า ฉันไม่เล่นยา เอนริเก้เลี้ยงเหล้าฉัน ของฟรีอะนะ เล่นซะเต็มคราบเลย”

“คุณรู้จักชื่อเขาด้วยเหรอ” โจนาธานเลิกคิ้วเล็กน้อย เพราะผู้หญิงหากินส่วนใหญ่จะไม่ถามชื่อแขก

“ยิ่งกว่ารู้จัก เราเป็นขาประจำกัน”

“ประจำแบบไหน ทำไมเขาถึงพาคุณมานอนที่บ้าน ไม่ใช่โรงแรม”

“เขาไม่อยากให้ใครเห็นว่าพาอีตัวเข้าโรงแรม เขาว่าเขามีภาพพจน์ที่ต้องรักษา ส่วนฉันก็ไม่เกี่ยงหรอก ที่ไหนก็ได้ขอแค่จ่ายเงินครบเป็นพอ”

โจนาธานมองกระเป๋าที่เฟสคุ้ยหากระดาษทิชชูมาเช็ดน้ำตาแล้วสงสัย เพราะผู้หญิงที่เรียกตัวเองว่าเป็นอีตัวเต็มปาก ทำไมถึงใช้กระเป๋าหรูมียี่ห้อผิดฐานะแบบนี้ “กระเป๋าสวยนะ ของแท้หรือเปล่า”

“ก็ต้องแท้สิ ถึงฉันจะเป็นอีตัวแต่ไม่ถือของปลอมหรอกนะ ใบนี้ยี่ห้อแพรีส ฮิลตัน”

“เธอทำงานได้รอบละเท่าไหร่เนี่ย ถึงมีเงินซื้อกระเป๋าของคุณหนูตระกูลฮิลตัน”

“ใบนี้ลูกค้าฉันซื้อให้เป็นโบนัสพิเศษ แบบว่าบริการถึงใจอะไรแบบนั้น”

“ถ้าเธอมีลูกค้ากระเป๋าหนักคอยจ่ายโบนัสอยู่แล้ว ทำไมถึงมากับเอนริเก้ เขามีเงินจ่ายเธอเหรอ”

เฟสมองหน้าเอฟบีไอแล้วใจคอเริ่มไม่ดี “นี่ฉันถูกสอบปากคำหรือเปล่า”

“ยัง แค่ถามดู แต่ถ้าไม่ตอบผมคงอดคิดไม่ได้ว่าคุณอาจเป็นฆาตกรฆ่าเจ้าหน้าที่รัฐ เราจะเอาตัวคุณไปสอบปากคำที่ห้องสอบสวนของเอฟบีไอ แล้วมันไม่น่าอยู่เท่าห้องสอบสวนของตำรวจหรอกนะ จะขอทนายก็ไม่ได้ อาหาร น้ำ โทรศัพท์มือถือก็เอาเข้าไปไม่ได้ สภาพค่อนข้างหดหู่เหมือนค่ายกักกันนักโทษ”

“โอเค เขาจ่ายไม่ถึงครึ่ง เพราะเขาเป็นคนหาลูกค้าให้ฉัน!”

“หาลูกค้านี่หมายถึงเอนริเก้เป็นพ่อเล้าหรือแมงดา”

“ทั้งสองอย่าง เอนริเก้หาลูกค้าดีๆ ให้ แต่หักแพง แล้วพอเขาอยากเขาก็เรียกฉัน เป็นการตอบแทนที่ช่วยหาลูกค้ากระเป๋าหนัก”

โจนาธานยิ้มนิดๆ กับข้อมูลใหม่ “ดีมากเฟส คืนนี้เรามีเรื่องต้องคุยกันยาว ผมเลี้ยงกาแฟแล้วกัน”

....................................................

ช่วงนี้ไรท์จะอัพช้าหน่อยนะคะ นิ้วล็อคค่ะ ไปฉีดยาแล้ว หมอให้พักนิ้ว 1 เดือน แต่จะหมั่นมาอัพเรื่อยๆ น้า

ช่วงนี้ก็เตรียมพล็อตเรื่องใหม่ในตระกูล "ซ่อนกลรัก" ไปพลางๆ ก่อน (แอบขายของ อิอิ)

 

แสดงความคิดเห็น

M A R E A D S